นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังการประชุม กมธ. ว่าที่ประชุมได้พิจารณาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ นพ.สรณะ บุญไชยประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยได้เชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ นพ.สรณะ แจ้งว่าติดภารกิจและไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง เช่นเดียวกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
นางสาวชลณัฏฐ์ กล่าวว่า กมธ. เห็นว่าการเข้าชี้แจงด้วยตนเองจะช่วยให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเป็นไปอย่างครบถ้วนและชัดเจนมากขึ้น และจากกรณีนี้ คณะ กมธ. ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติหลังจากนี้ว่า ในกรณีพิจารณาเรื่องสำคัญที่กระทบต่อสาธารณะ ผู้ถูกเรียกตรวจสอบต้องเดินทางมาด้วยตัวเองเท่านั้น จะส่งตัวแทนที่ไม่มีอำนาจการตัดสินใจมาแทนไม่ได้ ส่วนประเด็นการตรวจสอบคุณสมบัติ มีการซักถามตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งกรรมการในธนาคารกรุงเทพของ นายแพทย์ สรณะ ซึ่งทาง กลต. อธิบายว่าเป็นเรื่องของช่วงเวลาระหว่างมติแต่งตั้งกับการจดทะเบียนที่ไม่มีชื่อ นายแพทย์ สรณะ ปรากฏในหนังสือรับรองบริษัท อย่างไรก็ตาม กมธ. ได้โต้แย้งว่าสถานะทางทะเบียนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการพิจารณา แต่ต้องดูที่ความสัมพันธ์ทางอำนาจและผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย
นางสาวชลณัฏฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กมธ. ยังประสบข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลบางส่วน โดยตัวแทนจากวุฒิสภาชี้แจงว่าไม่สามารถส่งรายงานการตรวจสอบประวัติเชิงลึกของคณะกรรมาธิการ ICT วุฒิสภาชุดเดิมให้แก่ กมธ. ได้ เนื่องจากเป็นเอกสารที่อยู่ภายใต้ข้อบังคับการประชุมและเป็นภารกิจที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม กมธ. เห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 คณะกรรมาธิการมีอำนาจเรียกบุคคลและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณา จึงได้ขอเอกสารเพิ่มเติมจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ รายงานการตรวจสอบประวัติเชิงลึกจากวุฒิสภา หนังสือชี้แจงจากสำนักงาน ก.ล.ต. เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งในธนาคารกรุงเทพ และบันทึกการปฏิบัติงานย้อนหลังของ นพ.สรณะ จากโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นที่มีการร้องเรียน ทั้งนี้ หากยังไม่ได้รับข้อมูลหรือความร่วมมือเพิ่มเติม กมธ. จะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดต่อไป นอกจากนี้ กมธ. ยังติดตามความคืบหน้ากรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับข้อความแชตไลน์ที่ปรากฏในสื่อสาธารณะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของกรมการปกครองและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยที่ประชุมเห็นว่าประเด็นดังกล่าวมีความละเอียดอ่อนและอยู่ในความสนใจของสังคม จึงต้องการรับฟังข้อมูลจากผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรง พร้อมติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง