นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงประเด็นการปลดล็อกกฎหมายอายัดเงินสู่กองทุนต้านภัยไซเบอร์ ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ศูนย์ AOC รวมถึงกระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม และนายกรัฐมนตรี ว่า ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์สร้างความสูญเสียมหาศาลแก่ประชาชน โดยจากการติดตามข้อมูลพบว่ามีเงินที่ถูกอายัดไว้ในบัญชีต่าง ๆ มากกว่า 4 แสนล้านบาท แต่เงินจำนวนนี้กลับติดค้างอยู่ในระบบธนาคารเพื่อรอการตัดสินของศาล ซึ่งในบางคดีไม่มีผู้มาแสดงตัวเป็นเจ้าของเนื่องจากเป็นบัญชีม้าที่มีการพัฒนารูปแบบไปไกลถึงขั้นมีบริษัทรับจ้างเป็นเอเย่นต์เปิดบัญชีและโอนเงินได้อย่างรวดเร็ว เช่น เงินกว่า 4 แสนล้านบาทที่ยึดมาได้ ต้องรอถึง 10 ปีกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการและตกเป็นเงินของแผ่นดิน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเงินถูกทิ้งไว้โดยไม่เกิดประโยชน์แก่ประชาชน
นายธณัชญ์พงศ์ กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ ตนจึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาล จำนวน 2 ประเด็นสำคัญ คือ การแก้ไขข้อกฎหมายเพื่อให้สามารถนำเงินที่อายัดไว้คืนให้แก่ประชาชนที่ถูกหลอกลวงได้รวดเร็วขึ้น และการจัดตั้งกองทุนต้านภัยไซเบอร์ โดยนำเงินส่วนนี้หรือดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นมาใช้ในการจัดซื้อเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครื่องมือตรวจจับทางเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้สามารถสกัดกั้นมิจฉาชีพได้อย่างทันท่วงที
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง