นายธนยศ ทิมสุวรรณ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดิน การเรียกรับผลประโยชน์ และผู้มีอิทธิพลในจังหวัดภูเก็ต ว่า ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามปัญหาในจังหวัดภูเก็ต กรมการปกครองได้มีคำสั่งให้ข้าราชการ 5 ราย ได้แก่ ปลัดจังหวัด นายอำเภอ และป้องกันจังหวัด มาช่วยราชการที่กรมการปกครอง เพื่อเปิดทางให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและไม่กระทบต่อพยานหลักฐาน ซึ่งจากการพิจารณา คณะกมธ. เห็นว่ากรมการปกครองใช้อำนาจตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ได้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตได้ชี้แจงขอความเป็นธรรมโดยระบุว่าตนเองถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งคณะกมธ. ได้แนะนำให้ใช้สิทธิ์ร้องทุกข์กล่าวโทษ หรือยื่นฟ้องต่อศาลอาญาและศาลปกครองตามขั้นตอน ทั้งนี้หนังสือขอตัวช่วยราชการมีกำหนดเวลา 30 วัน โดยวันนี้เป็นวันสุดท้าย ซึ่งคณะกมธ. ได้ประสานถามความคืบหน้าผลสอบสวนจากกรมการปกครองแล้ว และคาดว่าจะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดในเร็ว ๆ นี้
สำหรับคำสั่งย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 2 คน ออกจากพื้นที่นั้น นายธนยศ ระบว่าคณะกมธ. ได้ทำหนังสือเชิญสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้าชี้แจง แต่กลับไม่มีตัวแทนเข้าร่วมประชุม ทำให้ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดและขั้นตอนการใช้อำนาจโยกย้ายดังกล่าว ส่วนกระแสข่าวเรื่องความขัดแย้งภายในและการแบ่งผลประโยชน์เรื่องส่วยและมาเฟียระหว่างกลุ่มผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ นั้น ทาง กมธ. ระบุว่าในที่ประชุมยังไม่มีการพูดถึงประเด็นความขัดแย้งนี้ โดยผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ได้ชี้แจงเฉพาะในส่วนงานที่รับผิดชอบ เช่น ขั้นตอนและปัญหาในการขอใบอนุญาตโรงแรม และสถานประกอบการต่าง ๆ เท่านั้น ขณะเดียวกัน นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน ได้เข้าร่วมให้ข้อมูลต่อคณะกมธ. โดยอ้างว่าตนเองมีหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับเรื่องการรับส่วย การทุจริต และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้ชี้แจงแย้งว่า ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับมอบเอกสารหลักฐานตามที่ สส. กล่าวอ้าง มีเพียงการพูดคุยถึงสถานการณ์ทั่วไปเท่านั้น และยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ส่งมาถึงจังหวัดแต่อย่างใด
นายธนยศ กล่าวด้วยว่าวันที่ 27-28 มิถุนายนนี้ คณะกมธ.จะร่วมมือกับอีก 4 คณะกมธ. ได้แก่ คณะกมธ.การตำรวจ คณะกมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกมธ.การอุตสาหกรรม และคณะกมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตแบบบูรณาการ เพื่อติดตามเรื่องราวทั้งหมดอย่างใกล้ชิดและลงลึกในรายละเอียด เพื่อนำมาสรุปและไขข้อข้องใจให้แก่สังคมในการประชุมครั้งต่อไป
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง