นายประเทือง มนตรี ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา เป็นประธานในพิธีเปิด การเสวนาเนื่องในเดือนแห่งความภาคภูมิใจในความหลากหลายทางเพศ (PRIDE month) ภายใต้หัวข้อ กฎหมายและอนาคตของ LGBTQ+ จัดโดย กมธ.การพัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้า สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อนพนักงานบริการ (SWING Foundation) และ GIRL x GIRL ณ ห้องจัดประชุมสัมมนา B1-1 อาคารรัฐสภา
นายประเทือง กล่าวว่า การเปิดโอกาสเวทีรับฟังความคิดเห็นและประสบการณ์จากผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสะท้อนข้อเท็จจริงและสภาพปัญหา เป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยให้การพัฒนากฎหมาย และนโยบายสาธารณะ มีความรอบด้าน ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักวิชาการ ข้อมูลเชิงประจักษ์ และการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อให้กฎหมายมีความเหมาะสมเป็นธรรม และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาระทุกอย่างยั่งยืน ในการเสวนานี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะร่วมกิจกรรม การพิจารณาถึงข้อจำกัด ช่องว่าง และความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ พร้อมทั้งร่วมกันเสนอแนวทางแก้ไข และข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน เพื่อสนับสนุนการพัฒนากฎหมาย นโยบาย และมาตรการของรัฐ ให้เอื้อต่อการคุ้มครองสิทธิและการสร้างความเสมอภาคสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ตนเชื่อมั่นว่า สังคมที่เข้มแข็งมิได้เกิดจากการที่ทุกคนเหมือนกัน แต่เกิดจากการที่ทุกคนได้รับการยอมรับเคารพในความแตกต่าง และได้รับในการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ สำหรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากเวทีในวันนี้ จะเป็นข้อมูลสําคัญในการให้กับ กมธ. ในการพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย ติดตามและเสนอการพัฒนากฎหมายและนโยบายสาธารณะเพื่อเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามอํานาจหน้าที่ของ กมธ.
ด้าน นางอจลา ณ ระนอง รองประธาน กมธ. ในฐานะประธานคณะอนุ กมธ.กิจการสตรีและผู้มีความหลากหลายทางเพศฯ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวสอดรับกับเดือนแห่งความภาคภูมิใจของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (Pride Month) และมุ่งสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางกฎหมายและอนาคตของ LGBTQ+ โดยตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีพัฒนาการด้านกฎหมายที่สะท้อนความก้าวหน้าในการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายความเท่าเทียมระหว่างเพศ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการรับรองสิทธิของบุคคลทุกเพศให้สามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเสมอภาค รวมถึงยังมีกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องอีกหลายฉบับที่จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง ต้องมีการผลักดันกฎหมายใหม่เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเข้าถึงบริการของรัฐอย่างแท้จริง
สำหรับบรรยากาศภายในงาน มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิความหลากหลายทางเพศ และการบรรยายพิเศษ และกิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ วงคิดวงคุย กฎหมายและอนาคตของ LGBTQ+เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความเท่าเทียมและการยอมรับความหลากหลายอย่างเป็นรูปธรรม และ มอบเกียรติบัตร ให้แก่หน่วยงานที่สนับสนุน ในการจัดกิจกรรม ได้แก่ สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ และ GIRL x GIRL อีกด้วย
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง