25 มิ.ย. 69 - คณะกมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา รับหนังสือจากชาวอ่าวกุ้ง จ.ภูเก็ต ขอประสานหน่วยงานเปิดเผย EIA โครงการท่าเทียบเรือสำราญและกีฬาอ่าวกุ้งมารีน่า พร้อมชะลออนุญาต - ตรวจสอบข้อเท็จจริงรอบด้าน หลังพบข้อกังวลเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน อาจกระทบต่อทรัพยากรป่าชายเลน 

image

         นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา พร้อมด้วย นายประภาส ปิ่นตบแต่ง รองประธานกมธ. และนายนิพนธ์ เอกวานิช ประธานที่ปรึกษากมธ. รับการยื่นหนังสือจากนายประดิษฐ์ พวงเกษ ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านอ่าวกุ้ง จังหวัดภูเก็ต พร้อมคณะ เพื่อขอให้คณะกมธ.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการท่าเทียบเรือสำราญและกีฬาอ่าวกุ้งมารีน่า ชะลอการอนุญาตโครงการ และตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยกลุ่มผู้ยื่นหนังสือระบุว่า ที่ดินบางส่วนของโครงการอาจทับซ้อนกับพื้นที่สาธารณะที่ชุมชนบ้านอ่าวกุ้งและพื้นที่ใกล้เคียงใช้ประโยชน์ร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเป็นเส้นทางสัญจรไปยังสุสานมุสลิม เส้นทางออกทะเลเพื่อประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง และพื้นที่ดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเฝ้าระวังทรัพยากรป่าชายเลนและชายฝั่งนอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังมีความเกี่ยวข้องกับโครงการขุดลอกร่องน้ำสาธารณะอ่าวกุ้งของกรมเจ้าท่า ซึ่งจะดำเนินการในพื้นที่ป่าชายเลนที่ชุมชนร่วมกันอนุรักษ์ไว้ โดยชุมชนเห็นว่าประเด็นดังกล่าวขัดกับมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ที่ระบุว่าโครงการขุดลอกร่องน้ำอาจก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิชุมชน พร้อมเสนอให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งดำเนินการฟื้นฟูป่าชายเลนโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม 

          นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับสมัชชาคนจน อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความเห็นชอบรายงาน EIA ของโครงการดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านอ่าวกุ้งเห็นว่า การพิจารณาของ คชก. เป็นไปอย่างเร่งรีบ ไม่ได้รับฟังข้อทักท้วงและข้อกังวลของชุมชนอย่างเพียงพอ อีกทั้งยังพบว่ารายงาน EIA มีการปกปิดข้อมูลบางส่วนด้วยแถบสีดำ โดยอ้างเหตุผลด้านข้อมูลส่วนบุคคลและความลับทางการค้า ซึ่งกลุ่มฯ เห็นว่าข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับประเด็นข้อพิพาทเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน และเป็นสาระสำคัญที่ควรเปิดเผยเพื่อประโยชน์สาธารณะ รวมถึงเพื่อให้สังคมได้รับทราบถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น

         ด้านนายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการที่มีผลกระทบต่อประชาชนควรเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เช่นเดียวกับโครงการภาครัฐหลายโครงการที่เคยเผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกัน โดยประชาชนควรได้รับโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลอย่างทั่วถึง พร้อมระบุว่าคณะกมธ.จะรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา และเตรียมลงพื้นที่ติดตามข้อเท็จจริงเพื่อนำข้อมูลมาประกอบการจัดทำรายงานและข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

         ขณะที่นายนิพนธ์ กล่าวว่า ชุมชนบ้านอ่าวกุ้งเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรทางทะเลและระบบนิเวศที่มีคุณค่า การพัฒนาโครงการด้านเศรษฐกิจหรือการเปิดท่าเรือควรคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ การพัฒนาควรดำเนินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้คัดค้านการพัฒนา แต่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและระมัดระวัง ทั้งนี้ คณะกมธ.จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อมูลต่อที่ประชุมคณะกมธ.ต่อไป 

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ