นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าขอชื่นชมการปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช. และกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ที่ร่วมกันจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นคดีสำคัญที่สร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้เข้าสอบทั่วประเทศ
นายอาสพลธ์ กล่าวว่าตนเคยยื่นเรื่องร้องเรียนกรณีการเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือการสอบแข่งขันในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 ส่งผลให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5 หน่วยงาน เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต ก่อนจะมีการยกเลิกการสอบแข่งขันในปี 2567 เนื่องจากมีข้อร้องเรียนเรื่องการเรียกรับเงินจำนวน 300,000 - 800,000 บาทต่อราย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการจัดสอบในปี 2568 ยังปรากฏข้อร้องเรียนต่อเนื่อง จนนำไปสู่การสืบสวนและจับกุมผู้เกี่ยวข้องในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีความเสียหายประมาณ 4,500 ล้านบาท และมีผู้เกี่ยวข้องเกือบ 3,000 ราย
ด้าน นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.จังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าได้หารือร่วมกับประธาน กมธ.ป.ป.ช. เพื่อร่วมกันติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดสอบ เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อตรวจสอบกระบวนการจัดสอบและข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ก่อนรวบรวมข้อมูลส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมาย
นายอาสพลธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าการดำเนินคดีครั้งนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกำลังใจให้แก่ผู้ที่ต้องการเข้าสอบแข่งขันด้วยความสุจริต พร้อมยืนยันว่าคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องจะติดตามความคืบหน้าของคดีและการดำเนินงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)