เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา นำโดยนายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานกรรมาธิการฯ หารือร่วมกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ณ กระทรวงพลังงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการพลังงานของประเทศในสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลกปัจจุบัน การปฏิรูปโครงสร้างกิจการพลังงาน และการเตรียมความพร้อมสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
โดยสรุปประเด็นสำคัญจากการหารือได้ ดังนี้ ภาพรวมการบริหารงานด้านพลังงานของกระทรวงพลังงาน นโยบายพลังงานและสถานการณ์พลังงาน
1. ประเทศไทยยังคงพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า โดยก๊าซจากอ่าวไทยมีต้นทุนต่ำกว่าการนำเข้า LNG จึงมีความจำเป็นต้องเร่งสำรวจและพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมใหม่ รวมทั้งจัดทำแผนจัดหาก๊าซธรรมชาติระยะยาว (Gas Plan 2024)
2. กระทรวงพลังงานได้เตรียมมาตรการรองรับวิกฤตราคาน้ำมันโลก ทั้งด้านการบริหารอุปทาน การสำรองน้ำมัน การกำกับดูแลผู้ค้าน้ำมัน และการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ
3. เดินหน้าส่งเสริมพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ Solar Rooftop ทั้งภาคประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ ผ่านมาตรการลดหย่อนภาษีและรูปแบบการลงทุน ESCO Model
4. อยู่ระหว่างจัดทำโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าฉบับใหม่ (2569-2573) เพื่อลดการอุดหนุนข้ามกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า เพิ่มการแข่งขัน และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น
5. เร่งพัฒนา Smart Grid และโครงสร้างพื้นฐานรองรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตามเป้าหมาย EV 30@30
6. อยู่ระหว่างบรรจุเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR/MMR) ในแผน PDP ฉบับใหม่ และเตรียมพร้อมด้านกฎหมาย บุคลากร และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน
จากการประชุมหารือดังกล่าว คณะกรรมาธิการมีข้อเสนอแนะที่สำคัญ โดยเห็นควรให้มีการพิจารณาในเรื่อง ดังนี้
1. การบริหารโครงสร้างราคาน้ำมันอย่างเหมาะสม พิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราวในช่วงวิกฤต ทบทวนค่าการตลาดและภาระเงินส่งเข้ากองทุนต่าง ๆ สนับสนุนการใช้ไบโอดีเซลและเอทานอลต่อเนื่อง เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานและช่วยเหลือเกษตรกร
2. การส่งเสริมพลังงานทดแทน สนับสนุนการปลูกไผ่เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล พิจารณาต่ออายุสัญญาโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใกล้หมดอายุ เพื่อรักษาศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
3. ปรับปรุงสัญญารับซื้อไฟฟ้า (PPA) เพิ่มความยืดหยุ่นในการกำหนดราคา ส่งเสริมการผลิตพลังงานจากขยะ พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยีไพโรไลซิสและเชื้อเพลิง RDF โดยปรับปรุงกฎหมายรองรับ
4. จัดตั้ง One Stop Service ด้าน Solar Rooftop ลดขั้นตอนและระยะเวลาการอนุญาต ให้สำนักงาน กกพ. เป็นศูนย์กลางประสานงานและกำหนดมาตรฐานเดียวกัน
5. เร่งจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ สร้างความเข้าใจต่อสาธารณะเกี่ยวกับ SMR และพลังงานสะอาดรูปแบบต่าง ๆ
6. เสริมความมั่นคงด้านไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ สนับสนุนการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ ป้องกันการเกิดช่องว่างในการผลิตก๊าซธรรมชาติ ซึ่งอาจทำให้ต้องนำเข้า LNG ที่มีต้นทุนสูง
7. เร่งกำหนดหลักเกณฑ์โครงการ IPS กำหนดกติกาที่ชัดเจนสำหรับการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชนกับเอกชน ส่งเสริมการผลิตและใช้พลังงานสะอาดภาคเอกชน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
.คณะกรรมาธิการการพลังงาน และกระทรวงพลังงาน เห็นพ้องถึงความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของประเทศ ทั้งด้านการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและราคาพลังงาน การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่ การส่งเสริม Solar Rooftop และ EV ตลอดจนการเตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยี SMR เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยในระยะยาว
นอกจากนั้น คณะกรรมาธิการฯ ได้หารือในประเด็นเรื่องต้นทุนค่าไฟฟ้าแฝง ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ระบบไฟฟ้าส่องสว่างทางหลวง ถนน และพื้นที่สาธารณะ ที่ปัจจุบันรวมอยู่ในต้นทุนค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยคณะกรรมาธิการฯ และกระทรวงพลังงานมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ควรมีการศึกษารายละเอียด ผลกระทบ และแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าของการปรับปรุงโครงสร้างค่าไฟฟ้า เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง มีความเป็นธรรม โปร่งใส และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนในระยะยาว
ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้รับจากการประชุมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนด้านพลังงานภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน โดยคณะกรรมาธิการฯ จะได้รวบรวมประเด็นปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะไปประกอบการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล / ภาพ