25 มิ.ย. 69 - ประธาน กมธ.ปปง. เผยผลประชุมติดตามมาตรการป้องกันการฟอกเงินผ่านบัญชีหลักทรัพย์ หลังพบความบกพร่องชัดเจนในการกำกับดูแล จี้ ก.ล.ต. เร่งจัดการ พร้อมฝากดีเอสไอคุมเข้มแพลตฟอร์มหลอกลงทุน

image

          นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมาธิการฯ แถลงผลการประชุมติดตามมาตรการป้องกันการฟอกเงินผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ที่เป็นช่องทางในการเปิดบัญชีม้าและการฟอกเงิน ที่มีการโอนเงินไปยังบุคคลที่ไม่ได้มีชื่อลงทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 กองบังคับการตำรวจภูธรปทุมธานี สถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการพ่อกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) 
          จากการชี้แจงของผู้แทนกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 และพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ทำให้ทราบว่า มีผู้กระทำความผิดซึ่งได้ถูกกล่าวโทษดำเนินคดีแล้ว โดยมีการจับกุมตัวผู้กระทำความผิดไป 3 ราย มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 4 ราย และจะได้ดำเนินการขยายผลการสืบสวนสอบสวนไปยังสถาบันการเงินอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย 
          ส่วนการชี้แจงของผู้แทน ก.ล.ต. ปรากฏว่า ไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกระทำความผิดของสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมอันเป็นข้อพิรุธได้ และได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า จะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 6 - 8 เดือน ในการตรวจสอบการกระทำความผิด ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าเป็นระยะเวลาที่ล่าช้าเกินสมควร และอาจก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้างแก่ประชาชน เนื่องจากไม่สามารถระงับยับยับยั้งธุรกรรมที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดได้อย่างทันท่วงที 
          ทั้งนี้ จากการศึกษาข้อเท็จจริงของคะกรรมาธิการฯ พบว่า มีความบกพร่อง เนื่องมาจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างชัดเจน และอาจเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงเอกสารเพื่อใช้ประกอบการทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเป็นที่ชัดเจน คณะกรรมาธิการฯ จึงมีข้อสังเกตว่า สำนักงาน ก.ล.ต. ควรปรับปรุงกระบวนการและวิธีการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น อีกทั้ง ก.ล.ต. ยังไม่ดำเนินการใด ๆ กับบริษัทหลักทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าว เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนและประเทศชาติ โดยภายในสัปดาห์หน้าคณะกรรมาธิการฯ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้ง 
           นอกจากนี้ ขอฝากไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พิจารณากำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและประชาสัมพันธ์ ไม่ให้ประชาชนเข้าไปลงทุนในแพลตฟอร์มที่มีการโฆษณาหลอกลวงชักชวนให้มีการลงทุนจำนวนมากอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งตรวจสอบแพลตฟอร์มดังกล่าวเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ