นายสากล ภูลศิริกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย และการยุติธรรม คนที่หนึ่ง วุฒิสภา กล่าวถึงการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ จังหวัดอุดรธานี เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการกังวลมากที่สุดคือจำนวนผู้ติดยาเสพติดที่มีอาการทางจิตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และเสี่ยงต่อการก่อเหตุรุนแรง นอกจากนี้ปริมาณผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่เมืองใหญ่ อย่างจังหวัดอุดรธานี มีจำนวนมากถึง 2 หมื่นคน ส่งผลให้เกิดความทุกข์ใจของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะบุคคลในครอบครัว
ส่วนการจัดตั้ง อุดรโมเดล เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดของจังหวัด นายสากล กล่าวว่า จุดเด่นที่พบของอุดรโมเดลคือเป็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีการบูรณาการการทำงานด้านงาน งบประมาณ ระบบ และบุคลากร ผ่านภาคีเครือข่าย 5 เสือ พลัส ประกอบด้วย ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข ท้องที่ และท้องถิ่นในทุกระดับ ถือเป็นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพและมีการจัดระบบการเก็บข้อมูล เรียกว่า ระบบธานีพิทักษ์ ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลอัจฉริยะของตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี เป็นการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลผู้ค้า ผู้เสพ ผู้ป่วย และผู้พ้นโทษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และกลยุทธที่สำคัญ คือ การแยกน้ำออกจากเนื้อ แยกผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมที่รุนแรง ส่งผลต้องดำเนินคดีหรือโทษเรือนจำให้เข้ารับการบำบัดหรือสร้างอาชีพ
ขณะที่บทเรียนสำคัญของโมเดคลชุมชนยั่งยืนจังหวัดเลยที่จะต้องนำมาปรับใช้กับพื้นที่อื่น นายสากล กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดเลยจะเน้นยุทธศาสตร์ตัดวงจรปัญหาที่ต้นเหตุ ให้ประชาชน ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐรวมกันเข้ามาแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งบำบัดที่จะฟื้นฟูผู้เสพควบคู่กับการป้องกัน และปราบปรามให้ชุมชุนสามารถดูแล เฝ้าระวังปัญหายาเสพติดได้ด้วยตนเอง เพื่อนำไปสู่การลดปัญหายาเสพติดได้อย่างยั่งยืนและสร้างความมั่นคง ปลอดภัยให้ประชาชนในระดับพื้นที่ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้มีการผลักดันแนวคิดนี้ไปยังจังหวัดอื่น ๆ พร้อมย้ำว่า บทเรียนที่สำคัญคือระบบฐานข้อมูลมูลที่อสม. กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้านจะต้องสามารถเข้าถึงและแจ้งเหตุให้กับตำรวจได้ทันที ทำให้การติดตามผู้ป่วยเป็นระบบและติดตามได้อย่างรวดเร็ว
นายสากล กล่าวอีกว่า คณะกรรมาธิการมองว่าปัญหาและอุปสรรคในการแก้ไขปัญหายาเสพติดยังคงอยู่ที่งบประมาณและกำลังคน โดยเฉพาะบุคลากรด้านสาธารณสุข ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีการสำรวจข้อมูลเชิงรุกเพื่อนำมาวิเคราะห์และกำหนดแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป ทั้งนี้คณะกรรมาธิการได้ลงพื้นที่เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดและสนับสนุนทุกภาคส่วนเพื่อให้สามารถจับมือกันทำงานอย่างจริงจังและตัดไฟตั้งแต่ต้นลมก่อนที่จะเกิดปัญหาต่อไป
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง