น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ที่ประชุม กมธ. มีมติเป็นเอกฉันท์ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของ กมธ. เพื่อเรียกเอกสารและบุคคลเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังการขอความร่วมมือก่อนหน้านี้ยังได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน โดยเอกสารที่ กมธ.จะเรียกเพิ่มเติม ได้แก่ หนังสือจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และมหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงข้อมูลจากกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบรายได้จากการประกอบวิชาชีพอื่น ขณะที่บุคคลที่เชิญเข้าให้ข้อมูล ได้แก่ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วงที่ นพ.สรณ เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ลงนามในหนังสือชี้แจงต่อวุฒิสภาในกระบวนการสรรหา
โฆษก กมธ.กล่าวต่อว่า จากข้อสังเกตของสภาองค์กรผู้บริโภค มีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา ทั้งเรื่องความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร หากคณะกรรมาธิการตรวจสอบพบว่าขาดคุณสมบัติ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการ มีหน้าที่ดำเนินการทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง ซึ่ง กมธ.ตั้งข้อสังเกตว่าหากละเลยอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน จากความสัมพันธ์ในฐานะแพทย์ประจำครอบครัวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของประธาน กสทช. ส่วนประเด็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่อ้างว่ามหาวิทยาลัยมหิดลยืนยันว่า นพ.สรณ ไม่ขาดคุณสมบัตินั้น มีข้อสังเกตจากสภาองค์กรผู้บริโภคตว่า มหาวิทยาลัยมหิดลไม่มีอำนาจวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว
น.ส.ชลณัฏฐ์ ยืนยันว่า ตำแหน่งประธาน กสทช. เป็นตำแหน่งสำคัญที่มีหน้าที่กำกับดูแลทรัพย์สินของชาติ จึงต้องมีความโปร่งใสและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย โดยคณะ กมธ.มีความตั้งใจจะเชิญ นพ.สรณ เข้าชี้แจงอีกครั้งก่อนวันที่ 16 ก.ค. นี้ แต่จะต้องหารือร่วมกันในที่ประชุมอีกครั้ง ทั้งนี้ หาก นพ.สรณไม่เข้าชี้แจงตามคำเรียกของ กมธ. อาจมีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และหากตรวจพบว่ามีการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อหน่วยงานของรัฐ อาจมีความผิดทางอาญาและเป็นเหตุให้พ้นจากตำแหน่งได้
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง