2 ก.ค. 69 - กมธ.ความมั่นคงฯ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดจันทบุรีและตาก ระบุ กองทัพเริ่มก่อสร้างรั้วนำร่องบริเวณหลักเขต 52-54 อำเภอโป่งน้ำร้อน เตรียมผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแนวชายแดน หลังรับฟังปัญหาจากประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ รวมทั้งรับเรื่องร้องเรียนโครงการอ่างเก็บน้ำค่ายเทวาพิทักษ์ และย้ำการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ชายแดนสระแก้วยังเป็นมาตรการเดิมเพื่อความปลอดภัย

image

          คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการ แถลงผลการลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตาก โดยระบุว่าจากการรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานด้านความมั่นคง พบว่าขณะนี้กองทัพอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างรั้วนำร่องจุดแรก บริเวณหลักเขตที่ 52-54 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี สำหรับพื้นที่ที่ยังเว้นช่องว่างของแนวรั้วไว้ เป็นบริเวณที่ยังมีข้ออ้างสิทธิทับซ้อนและอยู่ระหว่างการหารือของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) เพื่อกำหนดแนวเขตให้มีความชัดเจน ก่อนดำเนินการปิดแนวรั้วอย่างถาวรต่อไป
          นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ยังพบปัญหาโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายแดน โดยเฉพาะถนนแนวชายแดนที่เรียกว่าถนนตัว ก และถนนตัว U ซึ่งเป็นพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน มีระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร และเป็นถนนลูกรัง ทำให้ในช่วงฤดูฝนการสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ประชาชนและหน่วยงานด้านความมั่นคงจึงเสนอให้มีการพัฒนาถนนสายหลักที่มีความมั่นคงถาวร เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน รวมถึงการลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในกรณีจำเป็น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบดำเนินโครงการดังกล่าว
          ด้าน  นายชรัตน์ เนรัญชร โฆษกกรรมาธิการ เปิดเผยว่าคณะกรรมาธิการยังได้รับหนังสือร้องเรียนจากเทศบาลตำบลโป่งน้ำร้อน ขอให้เร่งผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำค่ายเทวาพิทักษ์ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน โครงการดังกล่าวมีความจุประมาณ 4.3 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้แก้ปัญหาภัยแล้งและเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งคณะกรรมาธิการจะประสานกองทัพเรือและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเร่งผลักดันโครงการดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าจะเกิดประโยชน์ทั้งต่อความมั่นคงและประชาชนในพื้นที่ชายแดน
          ขณะที่ นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ รองประธานกรรมาธิการ ชี้แจงกรณีที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ว่ามาตรการดังกล่าวเป็นประกาศที่มีผลบังคับใช้มาเป็นเวลานานแล้ว โดยกำหนดห้ามบุคคลเข้าพื้นที่ในช่วงเวลา 18.00-06.00 น. เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการลักลอบเข้าเมือง ขณะที่ประชาชนซึ่งมีที่ดินหรือที่ทำกินในพื้นที่ยังสามารถเข้าออกได้ในช่วงเวลากลางวันตามปกติ พร้อมระบุว่า คณะกรรมาธิการมีแผนลงพื้นที่จังหวัดสระแก้วอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม เพื่อติดตามสถานการณ์และรับฟังปัญหาจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง

 

คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ