3 ก.ค. 69 - ประธานรัฐสภาเป็นประธานเปิดโครงการหลักธรรมนำชีวิตด้วยวิถีทางศาสนา นำข้าราชการและบุคลากรรัฐสภาร่วมเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมเชิญชวนน้อมนำหลัก ทาน ศีล และภาวนา ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติราชการ

image

            นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการหลักธรรมนำชีวิตด้วยวิถีทางศาสนา กิจกรรมบรรยายธรรมศาสนาพุทธ (หลัก ทาน ศีล ภาวนา) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ห้องโถงกลาง ชั้น B1 อาคารรัฐสภา โดยได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและถวายสังฆทานไทยธรรมแด่พระพรหมวชิรวิมลมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะสงฆ์

            โอกาสนี้ พระพรหมวชิรวิมลมุนี แสดงสัมโมทนียกถา อนุโมทนาในเจตนารมณ์ของประธานรัฐสภาและบุคลากรรัฐสภาที่ร่วมบำเพ็ญกุศล พร้อมชี้ว่านอกจากการดูแลร่างกายแล้ว มนุษย์ยังต้องบำรุงจิตใจด้วยหลัก ทาน ศีล และภาวนา โดยทานช่วยขจัดความตระหนี่ ศีลเป็นเครื่องรักษาความสงบเรียบร้อย ส่วนภาวนาเป็นการพัฒนาสติและปัญญา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคม

             ภายหลังสัมโมทนียกถาและการดำเนินพิธีแล้ว นายโสภณ ซารัมย์ กล่าวให้ข้อคิดแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยอัญเชิญหลัก บุญกิริยาวัตถุ 3 ได้แก่ ทาน ศีล และภาวนา มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติราชการ พร้อมอธิบายว่าการทำบุญมิได้จำกัดเพียงการถวายทรัพย์ แต่รวมถึงการยินดีในความดีของผู้อื่น การรักษาศีล และการฝึกสติภาวนา ซึ่งจะนำไปสู่สมาธิและปัญญา ทั้งนี้ ย้ำว่า บุญ คือความสุข ส่วนกุศล คือความฉลาด พร้อมเชิญชวนให้บุคลากรรัฐสภานำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง ส่วนรวม และการปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนอย่างมีคุณธรรม

อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ