8 ก.ค.69 - สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข ตามที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ด้วยเสียงเห็นชอบ 306 ต่อ 141 เสียง ส่งผลให้ร่างกฎหมายได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาและเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ สาระสำคัญของการแก้ไข คือ การกำหนดไม่ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการยุติคดีของผู้กระทำผิดที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี มาใช้กับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

image

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ….  (ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม) ซึ่งวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมในการประชุมเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 137 (3) สำหรับสาระสำคัญในการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา อยู่ที่มาตรา 11 ซึ่งกำหนดให้บุคคลที่กระทำความผิดขณะมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และเป็นความผิดที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีแนบท้ายกฎหมาย สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาสั่งยุติคดีได้ โดยวุฒิสภาได้เพิ่มข้อความในวรรคท้ายกำหนดว่า บทบัญญัติดังกล่าวจะไม่ใช้บังคับกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไขบัญชีแนบท้ายเกี่ยวกับความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พ.ศ.2561 ด้วยการกำหนดเงื่อนไขยกเว้นเฉพาะกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งโดยไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม และไม่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือคุณลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ทั้งนี้ ในการอภิปรายมีสมาชิกขอใช้สิทธิอภิปรายจำนวน 26 คน ซึ่งมีความเห็นแตกต่างกันทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา

      ในส่วนของสมาชิกที่ไม่เห็นด้วย ส่วนใหญ่มาจากพรรคประชาชน ซึ่งเห็นว่าการไม่นำคดีตามมาตรา 112 เข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรม จะไม่สามารถนำไปสู่การสร้างความปรองดองทางการเมืองได้อย่างแท้จริง โดยนายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายว่าผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 จำนวนหนึ่งเป็นผู้ที่แสดงความเห็นหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยสันติ การตัดคดีดังกล่าวออกจากการพิจารณาโดยอัตโนมัติ จึงอาจทำให้การสร้างความปรองดองไม่ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม

      ขณะที่สมาชิกจากพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่สนับสนุนการแก้ไขของวุฒิสภา โดย นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ระบุว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองตลอดกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ได้รับการคืนความเป็นธรรม และคาดว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้มากกว่า 6,000 คน ด้าน นายธงธรรม เวชยชัย สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่าปัจจุบันไม่มีผู้กระทำความผิดที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 ดังนั้น การเห็นชอบตามการแก้ไขของวุฒิสภาจะช่วยให้ผู้ได้รับประโยชน์จากกฎหมายจำนวนหลายพันคนได้รับอิสรภาพและเข้าสู่กระบวนการคืนความเป็นธรรมได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมของทั้งสองสภา

      ส่วนสมาชิกบางส่วนตั้งข้อสังเกตต่อบัญชีแนบท้ายของร่างกฎหมาย โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี แสดงความกังวลต่อการกำหนดให้นิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 124 มาตรา 184 และมาตรา 190 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความลับของทางราชการ การช่วยเหลือผู้กระทำผิด และการช่วยเหลือผู้หลบหนี ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตต่อการเพิ่มความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาไว้ในบัญชีแนบท้ายของกฎหมาย

      ภายหลังการอภิปรายเสร็จสิ้น ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 306 เสียง ไม่เห็นด้วย 141 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง ส่งผลให้ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา และจะดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ มาตรา 81 เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ