นายกฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดระยอง พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางสาวนฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.จังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร และนายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ร่วมกันแถลงข่าวกรณีกำแพงหมู่บ้านหมู่บ้านบุญรักษาวิว 2 (ต.7) ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พังถล่มจากมวลน้ำและขยะเศษโฟมจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน
นายสหัสวัต กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม และคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมกันติดตามเรื่องดังกล่าว เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เกิดจากความผิดปกติของผู้ประกอบการ ตนในฐานะ สส. ในพื้นที่ได้ติดตามการเยียวยา จ่ายค่าเสียหายให้กับประชาชน โดยองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ่อวินได้มีการประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น และเรียกร้องไปยังบริษัทผู้ก่อเหตุ ขณะนี้ได้มีการจ่ายค่าเสียหายไปแล้วบางส่วน แต่ยังมีอีกหลายข้อที่ยังตกลงกันไม่ได้ อาทิ ค่าส่วนกลาง ซึ่งตนจะติดตามในเรื่องนี้ต่อไป
ด้าน นายกฤช กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า บริษัทผู้ก่อเหตุได้ขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ประเภท 105 คือโรงงานคัดแยกขยะ และได้ไปเช่าที่เพื่อประกอบกิจการ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้แถลงว่าบริษัทที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เข้าข่ายโรงงาน ดังนั้นจะไม่สามารถดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติโรงงานได้ แต่อย่างไรก็ตามสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดและกรมโรงงานได้ดำเนินคดีในข้อหาลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม รวมถึงมีคำสั่งตามมาตรา 39 ของ พ.ร.บ. โรงงานให้หยุดประกอบกิจการทันที อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตว่า ขยะเหล่านี้ออกมาจากพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นโรงงานอุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ในพื้นที่จังหวัดระยองและชลบุรี ที่ได้ส่งขยะมากำจัดยังบริษัทดังกล่าว ที่เป็นบริษัทที่มีพื้นที่เก็บขยะที่ไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้บริษัทดังกล่าวยังเข้าข่ายมีตัวแทนผู้ถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ เนื่องจากการสอบตรวจมีสัดส่วนการถือหุ้นที่เป็นคนไทย 51% และ 49 % เป็นคนจีน ซึ่งมีคนไทยหนึ่งคนที่ถือหุ้น 14 บริษัท และเมื่อไปตรวจสอบตามที่อยู่ในทะเบียนราษฎร์พบว่าเป็นบ้านร้าง จึงให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรีได้ดำเนินการตรวจสอบบริษัทดังกล่าวว่าใช้มอมินีในการจดทะเบียนหรือไม่ ขณะเดียวกันยังพบว่ามีการลักลอบขนขยะอุตสาหกรรมออกจากโรงงานตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านโดยไม่มีการขออนุญาตจำนวน 700 เที่ยว และบริษัทดังกล่าวได้รับการส่งเสริมจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และได้สิทธิพิเศษต่าง ๆ มากมาย ซึ่งคณะกรรมาธิการจะมีการหารือกับ BOI ในการระงับสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพราะละเมิดกฎหมายในหลายข้อ และไม่ได้กระทำเป็นครั้งแรก
นางนฤมาศ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก จึงนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และประสานการทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม เพื่อติดตามหาสาเหตุของปัญหา ส่วนการประกาศเขตภัยพิบัติ หน่วยงานท้องถิ่นเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็น เนื่องจากมีงบประมาณช่วยเหลือเบื้องต้นเพียงพอ และบริษัทผู้ก่อเหตุยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดในการบริหารจัดการพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ทั้งด้านการกำจัดกากอุตสาหกรรม การกำกับดูแลผู้ประกอบการ และการบังคับใช้กฎหมาย จึงขอให้รัฐบาลเร่งทบทวนมาตรการกำกับดูแล เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการขนย้ายกากอุตสาหกรรม และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชน เตรียมยื่นแก้ไขพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่ออุดช่องว่างของกฎหมาย และป้องกันไม่ให้ปัญหากากอุตสาหกรรมขยายไปยังพื้นที่อื่นของประเทศ
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง