นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาความยุติธรรม คุณภาพชีวิต การเข้าถึงคุณภาพการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังในเรือนจำ และการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน พร้อมคณะ แถลงผลการประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กรมราชทัณฑ์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) และแพทยสภา เพื่อยกระดับการรักษาพยาบาลผู้ต้องขัง
นางรัดเกล้า กล่าวว่า ทุกหน่วยงานสะท้อนปัญหาสำคัญของระบบเรือนจำไทย คือภาวะผู้ต้องขังล้นเรือนจำ ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ งบประมาณ และเครื่องมือทางการแพทย์ไม่เพียงพอต่อการดูแลผู้ต้องขัง อย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยงานยังคงพยายามดำเนินงานอย่างเต็มศักยภาพเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขของผู้ต้องขัง
ด้านนายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกรมราชทัณฑ์กับกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่ปี 2562 ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตของผู้ต้องขังลดลงจากเฉลี่ย 1,000 รายต่อปี เหลือประมาณ 400 รายต่อปี พร้อมระบุว่ากรมราชทัณฑ์จะนำข้อเสนอแนะเรื่องระบบส่งต่อผู้ป่วยและการใช้สิทธิประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ต้องขัง
ขณะที่ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สปสช. ดำเนินโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ตั้งแต่ปี 2562 เชื่อมโยงระบบบริการระหว่างเรือนจำกับโรงพยาบาลในพื้นที่ พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาใช้ตรวจคัดกรองวัณโรค ซึ่งสามารถทราบผลได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงจัดรถทันตกรรมเคลื่อนที่ให้บริการผู้ต้องขังทั่วประเทศ โดยในปี 2568 ให้บริการแล้วกว่า 20,000 ครั้ง เพื่อให้ผู้ต้องขังเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมตามหลักสิทธิมนุษยชน
ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งต่อไป อนุ กมธ.จะหยิบยก 3 ประเด็นสำคัญที่สังคมให้ความสนใจมาพิจารณา ได้แก่ การทบทวนมาตรการลงโทษคดีอาชญากรรมร้ายแรงและข้อเสนอเรื่องโทษประหารชีวิต การตรวจสอบเครือข่ายอาชญากรรมที่อาจเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ และแนวทางป้องกันปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญของการก่ออาชญากรรมในสังคม
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง