6 ส.ค. 69 - สส.อนุสรณ์ พรรคประชาชน เสนอ 6 แนวทางต่อรัฐบาลและรัฐสภา จากการเดินทางเยือนไทยของประธานาธิบดีเมียนมา ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและเร่งแก้ปัญหาข้ามพรมแดน ทั้งยาเสพติด ขบวนการหลอกลวงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

image

        รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน พร้อมด้วย นายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์ คณะทำงานโครงการเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน แถลงแสดงจุดยืนต่อการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม 2569

        รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่าการต้อนรับผู้นำเมียนมาอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของไทยด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน พร้อมกล่าวถึงสถานการณ์ภายในเมียนมาภายหลังการยึดอำนาจเมื่อปี 2564 ซึ่งนำไปสู่การสู้รบและปัญหาด้านมนุษยธรรม นอกจากนี้ ยังระบุถึงกรณีที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในเมียนมาหลายด้าน ทั้งปัญหาสารปนเปื้อนและมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน ขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ รวมถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน จึงเสนอแนวทางต่อรัฐบาลและรัฐสภาไทย 6 ข้อ

        ข้อแรก ขอให้รัฐสภาไทยแสดงจุดยืนยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนสากลและฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน พร้อมสนับสนุนการยุติความรุนแรงในเมียนมา

        ข้อที่สอง ขอให้รัฐบาลพิจารณาการดำเนินความสัมพันธ์กับผู้นำเมียนมาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้การต้อนรับถูกมองว่าเป็นการให้การรับรองหรือสร้างความชอบธรรมทางการเมือง

        ข้อที่สาม เสนอให้รัฐสภาใช้กลไกการทูตฝ่ายนิติบัญญัติ สนับสนุนการหารือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมถึงรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมผลักดันการจัดทำระเบียงมนุษยธรรม เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างปลอดภัย

        ข้อที่สี่ ขอให้รัฐบาลกำหนดกรอบเวลาและแนวทางความร่วมมือกับเมียนมาในการแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งยาเสพติด ขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และมลพิษทางสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

        ข้อที่ห้า เสนอให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการทูต เพื่อประสานงานและเข้าถึงพื้นที่ภายใต้การดูแลของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ สำหรับแก้ปัญหาตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

        และข้อที่หก ผลักดันเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียน โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างฝ่ายการเมือง ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน เพื่อสนับสนุนสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาค

        รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่ารัฐบาลควรกำหนดยุทธศาสตร์ต่างประเทศต่อเมียนมาให้ชัดเจน โดยคำนึงถึงทั้งผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศไทย ควบคู่กับหลักสิทธิมนุษยชนและการส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ