นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้การรับรองนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฃานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านนิติบัญญัติ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาร่วมให้การรับรอง ณ ห้องรับรองพิเศษ อาคารรัฐสภา ฝั่งวุฒิสภา
โอกาสนี้ ประธานวุฒิสภาแสดงความยินดีต่อผลการหารือระหว่างประธานาธิบดีเมียนมาและนายกรัฐมนตรีของไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือด้านแรงงาน การจัดการน้ำในแม่น้ำอย่างยั่งยืน และเทคโนโลยีการสำรวจโลกในทางสันติ พร้อมหวังว่าจะนำไปสู่การขยายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในทุกมิติ
ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ไทยและเมียนมาเป็นมิตรประเทศและหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความเชื่อมโยงด้านภูมิศาสตร์ ความมั่นคง การค้าและการลงทุน โดยมีพรมแดนร่วมกันประมาณ 2,400 กิโลเมตร และมีชาวเมียนมาพำนักและทำงานในไทยประมาณ 4 ล้านคน จึงเห็นว่าทั้งสองประเทศควรก้าวเดินไปด้วยกันอย่างมั่นคง สันติสุข และยั่งยืน พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐสภา ทั้งการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติและการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อรับมือปัญหาร่วมกัน เช่น มลพิษข้ามพรมแดน ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ พร้อมยืนยันความพร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐสภาไทยและเมียนมา ผ่านการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติและกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภา รวมถึงแสดงความยินดีที่วุฒิสภาเมียนมาจัดตั้งสมาคมมิตรภาพเมียนมา-ไทย ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาทั้งสองประเทศ
ด้านนายมิน ออง ไลง์ กล่าวว่า การเยือนไทยครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 19 และหวังว่าจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาล รัฐสภา และประชาชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมระบุว่า เมียนมามีการจัดตั้งรัฐบาลและรัฐสภาขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญ และต้องการส่งเสริมความร่วมมือกับรัฐสภาไทยเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน
นายมิน ออง ไลง์ กล่าวด้วยว่า ไทยและเมียนมามีความสัมพันธ์อันดีทั้งด้านวัฒนธรรมและศาสนา โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนและมลพิษในแม่น้ำพื้นที่ภาคเหนือของไทย พร้อมยืนยันจะเดินหน้าพัฒนาประเทศและเข้าสู่ประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย ขณะที่ขอให้ไทยดูแลและคุ้มครองประชาชนเมียนมาที่พำนักอยู่ในไทยกว่า 4 ล้านคนตามความเหมาะสมและกฎหมายของไทย
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ