21 ส.ค. 69 - คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย ศึกษาศักยภาพและอุปสรรคด้านการค้าชายแดนไทย-จีน หลังมูลค่าการค้าผ่านด่านสำคัญขยายตัวกว่าร้อยละ 20 พร้อมรับฟังข้อเสนอด้านโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ นวัตกรรม และการเชื่อมโยงข้อมูลข้ามแดน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่

image

          คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา นำโดย นายชวภณ วัธนเวคิน รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) และประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามสถานการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อไทยและอาเซียน ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล
ซึ่งพบว่าจังหวัดเชียงรายมีจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง เชื่อมโยงตลาดจีนตอนใต้ สปป.ลาว และเมียนมา ผ่านเส้นทาง R3A และ R3B ท่าเรือเชียงแสนและเชียงของ รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง ขณะที่โครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 และจะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่งสินค้าในอนาคต 
          สำหรับช่วงครึ่งแรกของปี 2569 การค้าผ่านด่านศุลกากรสำคัญ 3 แห่งของจังหวัด มีมูลค่ากว่า 65,183 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.14 และเกินดุลการค้ากว่า 45,599 ล้านบาท โดยด่านเชียงของมีสัดส่วนการค้าสูงที่สุดประมาณร้อยละ 67 และเป็นเส้นทางสำคัญในการส่งออกผลไม้สดของไทยไปยังจีนตอนใต้ผ่านเส้นทาง R3A ขณะเดียวกัน จังหวัดเชียงรายมีแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจโดยต่อยอดการเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ซอฟต์พาวเวอร์ล้านนา บริการสุขภาพ การบิน โลจิสติกส์ และนวัตกรรม

          คณะกรรมาธิการได้รับการสะท้อนข้อมูลจากหน่วยงานในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ว่าผู้ประกอบการยังเผชิญข้อจำกัด ทั้งการขาดงานวิจัยและนวัตกรรม การบริหารเงินและภาษี การตลาดดิจิทัล การขาดคนรุ่นใหม่สืบทอดภูมิปัญญา  ข้อจำกัดด้านการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบและการเชื่อมโยงข้อมูลข้ามแดน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าและการแข่งขันของจังหวัดต่อไป

 

คริส พุทธชาติ / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
ประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา / ข้อมูลและภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ