24 ส.ค. 69 - สส.สุไลมาน พรรคประชาชาติ เสนอหน่วยงานแก้จุดตัดทางรถไฟควบคู่พัฒนารถไฟทางคู่ ชุมทางหาดใหญ่–สุไหงโก-ลก ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ครอบคลุม 4 จังหวัด หวังยกระดับความปลอดภัย เชื่อมเศรษฐกิจชายแดนใต้

image

        นายสุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ เสนอรัฐบาลเร่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบรางในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางหาดใหญ่–สุไหงโก-ลก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่ง รวมทั้งสนับสนุนการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศมาเลเซีย

        นายสุไลมาน กล่าวว่า การพัฒนารถไฟทางคู่ไม่ควรมุ่งเพียงการเพิ่มราง แต่ควรแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟควบคู่กัน เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะในจังหวัดยะลาที่มีจุดตัดทางรถไฟมากกว่า 10 แห่ง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงและเคยเกิดอุบัติเหตุ พร้อมเสนอให้มีการนำเทคโนโลยี AI และระบบ GPS มาใช้ในการประเมินระยะการมองเห็น ตรวจสอบตำแหน่งขบวนรถไฟ และวิเคราะห์ความเสี่ยงบริเวณจุดตัด เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาประกอบการออกแบบมาตรการป้องกันและเพิ่มความปลอดภัยให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

        ข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นภายหลังการผลักดันประเด็นการพัฒนารถไฟทางคู่เส้นทางหาดใหญ่–สุไหงโก-ลก ในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรสมัยประชุมที่ผ่านมา ขณะที่ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางหาดใหญ่–สุไหงโก-ลก ระยะทางประมาณ 215 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส สำหรับการศึกษาความเหมาะสมของ รฟท. ได้มีการสำรวจพื้นที่และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ 4 จังหวัด รวม 13 อำเภอ 51 ตำบล เพื่อนำข้อมูลจากพื้นที่มาประกอบการออกแบบโครงการ ทั้งโครงสร้างทางรถไฟ การแก้ไขจุดตัด และการออกแบบสถานีให้สอดคล้องกับบริบทและอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัด โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้า สนับสนุนการค้าชายแดน และรองรับการเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟกับประเทศมาเลเซียในอนาคต โดยยังสามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ และชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ รวมถึงโครงข่ายรถไฟของมาเลเซีย

       นายสุไลมาน เห็นว่า การพัฒนาระบบรางในพื้นที่ชายแดนใต้ควรเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งด้าน การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานและการยกระดับความปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเดินทางและขนส่ง ตลอดจนส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการจ้างงาน และใช้ระบบรางเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชาติ /ข้อมูลและภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ