นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงความคิดเห็นต่อกรณีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยระบุว่ากองทุนดังกล่าวจัดเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันในอัตรา 5 สตางค์ต่อลิตร เพื่อนำไปสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและพัฒนาพลังงานทดแทน แต่มีข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมามีหน่วยงานราชการขอใช้เงินจากกองทุนเป็นจำนวนมาก แม้จะได้รับงบประมาณประจำอยู่แล้ว จึงเห็นว่าควรทบทวนหลักเกณฑ์การใช้จ่ายให้รัดกุม และให้ความสำคัญกับโครงการที่สร้างประโยชน์ด้านการประหยัดพลังงานและพลังงานทดแทนโดยตรง
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่าในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้รับทราบข้อสังเกตจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและสำนักงานงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการบริหารและการใช้จ่ายเงินของกองทุน จึงตั้งคณะทำงานตรวจสอบและยกร่างระเบียบการใช้เงินใหม่ โดยชะลอการอนุมัติโครงการไว้จนกว่าจะปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เรียบร้อย พร้อมระบุว่าล่าสุดสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้รับรองงบการเงินของกองทุนในช่วงปี 2566-2568 แล้ว
นายพีระพันธุ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่ากองทุนไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล เงินจึงฝากไว้ในชื่อสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน โดยคาดว่าปัจจุบันมีเงินสะสมเกือบ 20,000 ล้านบาท ขณะที่ประชาชนซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินเข้ากองทุนอาจยังไม่ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน จึงขอเสนอให้พิจารณายุบกองทุนและยกเลิกการจัดเก็บเงินผ่านราคาน้ำมัน ซึ่งจะช่วยให้ราคาน้ำมันลดลง 5 สตางค์ต่อลิตร พร้อมเห็นว่าเงินที่จัดเก็บจากประชาชนควรถูกนำไปใช้ในโครงการที่ประชาชนและประเทศได้รับประโยชน์โดยตรง
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
เฟซบุ๊กพรรครวมไทยสร้างชาติ / ข้อมูลและภาพ