25 ส.ค. 69 - ประธาน กมธ.วิสามัญฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี พ.ศ. 2570 วุฒิสภา ย้ำการจัดสรรงบจังหวัด - กลุ่มจังหวัด ต้องบูรณาการเชิงพื้นที่ สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติและความต้องการประชาชน 

image

          นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา เปิดเผยถึงการพิจารณางบประมาณของหน่วยงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดว่าคณะกมธ.ให้ความสำคัญกับการบูรณาการแผนงานเชิงพื้นที่ (Area-based) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในแต่ละภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากรเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงถึงกัน และการส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อกระจายความเจริญและลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้คณะกมธ.ได้พิจารณางบประมาณของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ 3 กลุ่ม จำนวน 14 จังหวัด และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 กลุ่ม จำนวน 8 จังหวัด โดยกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย นำเสนอโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน นำเสนอโดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน นำเสนอโดยผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ซึ่งคณะกมธ.ได้มีข้อเสนอแนะให้เร่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์เชื่อมสองฝั่งทะเล เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและการค้า ตลอดจนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างยั่งยืน ขณะที่ กลุ่มจังหวัดชายแดนใต้เน้นย้ำการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และการเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน

            สำหรับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วย กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 นำเสนอโดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 นำเสนอโดยผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งคณะกมธ.มีข้อสังเกตและเสนอให้จัดสรรงบประมาณเชื่อมโยงประโยชน์จากเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สู่ชุมชนท้องถิ่น พร้อมทั้งเร่งวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ เพื่อรองรับทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภค ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเกษตรปลอดภัย เพื่อกระจายรายได้สู่ประชาชนในระดับฐานราก นอกจากนี้ยังพิจารณางบประมาณของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 กลุ่ม จำนวน 20 จังหวัด ประกอบด้วย กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 นำเสนอโดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 นำเสนอโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง นำเสนอโดยผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 นำเสนอโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 นำเสนอโดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี โดยคณะกมธ. เสนอให้จัดลำดับความสำคัญของโครงการแก้ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยอย่างบูรณาการ การขุดลอกและพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำตามลุ่มน้ำสำคัญเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำแก่ภาคการเกษตร นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์เพื่อรองรับการค้าชายแดนและการเชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้าน การผลักดันศูนย์กลางทางการแพทย์และนวัตกรรมการเกษตรอัจฉริยะ ตลอดจนการต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์และเทศกาลประเพณีท้องถิ่นสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนและสร้างโอกาสทางอาชีพในท้องถิ่น ลดการย้ายถิ่นฐานของแรงงาน

            ด้านนายสุทนต์ กล้าการขาย โฆษกคณะกมธ.กล่าวว่า การพิจารณางบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ งบประมาณปี พ.ศ. 2570 ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงต้องให้ความสำคัญกับการจัดลำดับโครงการที่จำเป็นและตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการป้องกันความซ้ำซ้อนของการใช้งบประมาณระหว่างกลุ่มจังหวัด จังหวัด และส่วนราชการส่วนกลาง โดยเน้นย้ำว่า การดำเนินโครงการต่าง ๆ ต้องมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่มีตัวชี้วัดชัดเจน สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างตรงจุด และสร้างรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว 

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ