ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่ 2 โดยเริ่มจากชื่อร่าง คำปรารภ และพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ก่อนลงมติในวาระที่ 3
นายเอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น เสนอให้ตัดมาตรา 13 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลที่กำหนดไม่ให้นำบทบัญญัติใหม่มาใช้กับคดีที่อัยการทหารยื่นฟ้องไว้ก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับ โดยเห็นว่าอาจทำให้ผู้เสียหายในคดีเดิมไม่ได้รับสิทธิเท่าเทียมกับผู้เสียหายในคดีที่ยื่นฟ้องภายหลังกฎหมายใหม่มีผลใช้บังคับ นายเอกราช ระบุว่าเจตนารมณ์สำคัญของการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นผู้เสียหายสามารถใช้สิทธิทางศาลและเข้าเป็นโจทก์ร่วมในศาลทหารได้ พร้อมให้เหตุผลว่ากฎหมายวิธีพิจารณาความโดยหลักสามารถใช้กับคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และการให้ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมไม่ได้ลดทอนสิทธิในการต่อสู้คดีของจำเลย แต่จะช่วยให้ศาลได้รับพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
ด้าน นายอธิคุณ คงมี ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชี้แจงว่า มาตรา 13 เป็นบทเฉพาะกาลที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านจากกฎหมายเดิมไปสู่กฎหมายใหม่ และช่วยกำหนดขอบเขตการบังคับใช้ให้ชัดเจน โดยเฉพาะคดีที่ดำเนินกระบวนพิจารณา ต่อสู้คดี หรือสืบพยานหลักฐานไปแล้ว หากนำหลักเกณฑ์ใหม่มาใช้ อาจทำให้คู่ความเกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบในทางคดี คณะกรรมาธิการจึงเห็นควรให้คงมาตรา 13 ไว้
ขณะที่ พันเอกหญิงศิริพรรณ รุจิปวัฒนพงษ์ กรรมาธิการ ชี้แจงเพิ่มเติมว่าร่างกฎหมายมีเป้าหมายเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เป็นผู้เสียหายเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของศาลทหาร รวมถึงใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ด้วยตนเอง โดยกฎหมายจะมีผลใช้บังคับในวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนมาตรา 13 มีขึ้นเพื่อสร้างความชัดเจนในการดำเนินคดีและป้องกันผลกระทบต่อกระบวนพิจารณาที่เริ่มขึ้นแล้ว ไม่ได้มีเจตนาลดทอนสิทธิของผู้เสียหายหรือจำเลย
จากนั้น ที่ประชุมลงมติในวาระที่ 3 เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยคะแนน 423 เสียง ก่อนส่งให้วุฒิสภาพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง