นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดประชุมสัมมนา เรื่องการเนรเทศตามหลักนิติธรรมกับความสมดุลระหว่างอธิปไตย หลักสิทธิมนุยชนและผลประโยชน์ของประเทศไทย จัดโดย กมธ.การกฎหมายฯ ณ ห้องจัดประชุม 607 ชั้น 6 อาคารรัฐสภา พร้อมกล่าวว่า ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ.2569 ถือเป็นระเบียบที่มีความสำคัญต่อการยกระดับกระบวนการเนรเทศให้มีความชัดเจนและรวดเร็วขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่หลายฝ่ายกังวล คือระเบียบฉบับนี้จะสามารถสร้างจุดสมดุลระหว่างการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หลักนิติธรรม และหลักการไม่ผลักดันบุคคลกลับไปเผชิญอันตรายหรือการทรมานได้จริงหรือไม่ แม้ระเบียบจะมีผลบังคับใช้ไปแล้ว แต่การสัมมนาครั้งนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีในการเปิดพื้นที่สร้างการมีส่วนร่วมที่กว้างขวาง โดยมีทั้งผู้เชี่ยวชาญ ข้าราชการ ภาคประชาสังคม และตัวแทนจากนานาประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ซึ่งทาง กมธ. จะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะจากการสัมมนาครั้งนี้ไปขับเคลื่อนต่อ เพื่อปรับปรุงระเบียบไม่ให้ขัดหรือแย้งต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากลและหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่นานาอารยประเทศยอมรับ โดยหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และภาคประชาสังคม เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ รักษาความมั่นคงของประเทศควบคู่กับการเคารพหลักสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง
ด้าน นายมานพ คีรีภูวดล คณะทำงานภายใต้ กมธ. กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดการสัมมนาฯ ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ ซึ่งมีการประกาศใช้และมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2569 แม้การบริหารจัดการคนเข้าเมืองและการรักษาความสงบเรียบร้อยจะเป็นอธิปไตยของรัฐในการปกป้องประเทศ แต่คณะทำงานฯ มีข้อห่วงใยเชิงโครงสร้างกฎหมายและผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นความชอบด้วยกฎหมายและลำดับศักดิ์ของกฎหมายที่อาจขัดหรือแย้งกับกฎหมายหลักอย่างประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 และพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่จะขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศ 4 ฉบับที่ประเทศไทยเป็นภาคี เช่น หลักการห้ามส่งบุคคลกลับไปเผชิญอันตราย (Non-refoulement) รวมทั้งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความเชื่อมั่นในการลงทุน และขั้นตอนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย กมธ.การกฎหมายฯ จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม ได้แก่ เครือข่ายปฏิรูปการย้ายถิ่นฐาน (TMR) เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ (CRSP) และเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) ร่วมกันจัดสัมมนาครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบเชิงโครงสร้างของระเบียบในมิติสิทธิมนุษยชน กฎหมาย และต่างประเทศ เพื่อเปิดเวทีรับฟังความเห็นและแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างรอบด้านและเป็นกลาง และเพื่อแสวงหาแนวทางการปรับปรุงกฎหมายผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ พร้อมพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเสนอต่อ ครม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ องค์กรระหว่างประเทศ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมสัมมนารวมกว่า 100 คน
สำหรับกิจกรรมการสัมมนาในครั้งนี้ มีการเสวนาเรื่องการเนรเทศ หลักการนิติธรรมและการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคคลสูญหาย การเสวนาเรื่องร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. .... ผลกระทบต่อหลักนิติธรรม เศรษฐกิจและสมดุลอธิปไตย โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ดำเนินการเสวนา
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง