11 ก.ย. 69 - วุฒิสภามีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ด้วยคะแนนเสียง 145 ต่อ 5 งดออกเสียง 12 เสียง พร้อมเห็นชอบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ ขณะที่นายกรัฐมนตรียืนยันจะกำกับการใช้งบประมาณให้ตรงตามวัตถุประสงค์ โปร่งใส และตรวจสอบได้

image

        ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ด้วยคะแนนเห็นชอบ 145 เสียง ไม่เห็นชอบ 5 เสียง และงดออกเสียง 12 เสียง พร้อมกันนี้ ที่ประชุมเห็นชอบข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปประกอบการดำเนินงานต่อไป

        ร่างกฎหมายงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2570 กำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายรวม 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปี พ.ศ. 2569 จำนวน  7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 ขณะที่รัฐบาลประมาณการว่าจะมีรายได้สุทธิประมาณ 3 ล้านล้านบาท จึงจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลและกู้เงินชดเชยจำนวน 788,000 ล้านบาท ก่อนการลงมติ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้แทนรัฐบาล ชี้แจงว่าการจัดทำงบประมาณปี 2570 มุ่งขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล แก้ไขปัญหาของประชาชน และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาวินัยและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการคลัง โดยให้ความสำคัญกับความจำเป็นเร่งด่วน ผลการดำเนินงานของหน่วยงาน และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ

        ด้าน นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ รายงานผลการศึกษา ว่าประเทศไทยยังเผชิญข้อจำกัดด้านรายได้และภาระหนี้สาธารณะ จึงเสนอให้รัฐบาลขยายฐานรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี ควบคุมรายจ่ายและระดับหนี้ รวมถึงใช้งบลงทุนให้เกิดผลต่อเศรษฐกิจและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

        ขณะที่การอภิปรายของสมาชิกวุฒิสภา มีการตั้งข้อสังเกตในหลายด้าน ทั้งความเหมาะสมของการจัดสรรงบประมาณ สัดส่วนรายจ่ายประจำและงบลงทุน การบริหารหนี้ และการกำหนดตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ พร้อมเสนอให้ปฏิรูประบบราชการโดยใช้เทคโนโลยี กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และบริหารกำลังคนตามทักษะ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้การจัดทำงบประมาณในปีต่อไป คำนึงถึงการเข้าสู่สังคมสูงวัย การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตลอดจนการบริหารเงินและทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์ ภายใต้หลักความรอบคอบและวินัยทางการคลัง

        ทั้งนี้ ภายหลังการลงมติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการวิสามัญสำหรับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงใย พร้อมระบุว่า รัฐบาลจะนำไปประกอบการปรับปรุงการดำเนินงาน และกำกับการใช้งบประมาณให้ตรงตามวัตถุประสงค์ มีความคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์ และตรวจสอบได้

        สำหรับขั้นตอนจากนี้ รัฐสภาจะส่งร่างกฎหมายให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และเมื่อได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป

ลักขณา เทียกทอง ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ