นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงถึงราคาน้ำมันดีเซลในประเทศที่ปรับขึ้นเป็น 41.44 บาทต่อลิตร โดยตั้งข้อสังเกตว่า ไทยยังใช้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากตลาดสิงคโปร์เป็นราคาอ้างอิง ซึ่งตนเห็นว่าอาจไม่สะท้อนต้นทุนและสถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศ นายอรรถวิชช์เปรียบเทียบว่า ในปี 2565 ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ประมาณ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาดีเซลในไทยอยู่ที่ 35 บาทต่อลิตร ขณะที่ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน แต่ราคาดีเซลสูงกว่าเดิมราว 6 บาทต่อลิตร จึงเสนอให้รัฐบาลทบทวนกลไกกำหนดราคาน้ำมัน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาตลาดโลกผันผวน
นายอรรถวิชช์ ยังกล่าวแสดงความกังวลถึงสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันติดลบสูงถึง 92,000 ล้านบาท และกำลังจะแตะ 100,000 ล้านบาท พร้อมเตือนรัฐบาลเรื่องข้อกฎหมายตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 ซึ่งระบุห้ามไม่ให้กองทุนฯ นำเงินไปอุดหนุนน้ำมันที่มีส่วนผสมของชีวภาพ (เช่น ดีเซล B7 และแก๊สโซฮอล์) เมื่อครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน ซึ่งตรงกับวันนี้ (24 ก.ย.69) โดยตนมองว่ามติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้นำเงินกองทุนไปอุดหนุนต่อโดยไม่มีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ขยายเวลานั้น เสี่ยงที่จะเข้าข่ายขัดต่อกฎหมาย
นายอรรถวิชช์ กล่าวเสนอแนวทางแก้ไข ว่า รัฐบาลไม่ควรอัดฉีดเงินกู้หรือตัดลดภาษีสรรพสามิตเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายทางและกระทบต่อวินัยการเงินการคลัง แต่ควรใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยให้กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ประกาศกำหนดเพดานราคาสูงสุดของน้ำมันในฐานะสินค้าควบคุม และเสนอ ครม. เปลี่ยนแปลงมติ ครม. เดิมเมื่อปี พ.ศ.2534 เพื่อหยุดการลอยตัวราคาและชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศต่อไป
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
