นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจากนายแพทย์วิษณุ เจริญสุวรรณ ตัวแทนหน่วยบริการนวัตกรรมบัตรทอง พร้อมคณะทำงานและตัวแทนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เรื่องการลดจำนวนสิทธิการเข้ารับบริการรายสัปดาห์ (โควตา) และการเบิกจ่ายค่าบริการสาธารณสุขของผู้ป่วยบัตรทองในคลินิกนวัตกรรม
นายแพทย์วิษณุ ตัวแทนหน่วยบริการนวัตกรรมบัตรทอง กล่าวว่า ตนขอให้ กมธ.กิจการศาลฯ ตรวจสอบและทบทวนการบริหารจัดการโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ในส่วนของหน่วยบริการนวัตกรรม เนื่องจากการกำหนดโควตาผู้รับบริการรายสัปดาห์อาจเป็นข้อจำกัดต่อการเข้าถึงบริการ โดยเฉพาะประชากรแฝง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาไม่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การกำหนดโควตาและอัตราค่าชดเชยบริการ จึงขอให้เปิดเผยข้อมูลและวิธีการคำนวณอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมเสนอ 5 ประการ ได้แก่
1. ทบทวนโควตารายสัปดาห์โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน
2. ทบทวนอัตราค่าชดเชยให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง
3. เปิดเผยหลักเกณฑ์และข้อมูลที่ใช้กำหนดโควตาและจัดสรรงบประมาณ
4. เปิดโอกาสให้หน่วยบริการและประชาชนมีส่วนร่วม
และ 5. กระจายหน่วยบริการให้สอดคล้องกับจำนวนประชากรและบริบทของแต่ละพื้นที่
พร้อมย้ำว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวมุ่งให้ประชาชนเข้าถึงบริการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
ด้าน นางสาวพนิดา รองประธาน กมธ.กิจการศาลฯ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพและการเข้าถึงสิทธิด้านบริการสาธารณสุขของประชาชน โดยเห็นว่าข้อร้องเรียนดังกล่าวเป็นประเด็นที่ควรนำเข้าสู่การพิจารณาของ กมธ. เนื่องจากคลินิกและหน่วยบริการสุขภาพเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชนให้เข้าถึงสิทธิที่พึงได้รับ หากหลักเกณฑ์หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องยังมีข้อขัดข้องและเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสิทธิของประชาชน ฝ่ายนิติบัญญัติจะทำหน้าที่ประสานระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผู้ให้บริการสุขภาพ และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา
นางสาวพนิดา กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนจะนำเรื่องดังกล่าวบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของ กมธ. พร้อมเชิญผู้ร้องเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง โดยมุ่งให้เกิดกระบวนการที่โปร่งใส มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เข้าใจได้ และไม่กระทบต่อสิทธิของประชาชน พร้อมหวังว่ากลไกของ กมธ. จะช่วยคลี่คลายปัญหาและนำไปสู่แนวทางแก้ไขที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
