ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ หรือ CDC ให้เป็น “ฮับ” ประจำภูมิภาค ภูมิภาคละ 1–2 แห่ง โดยจะขับเคลื่อนอย่างจริงจังในปีงบประมาณ 2570 เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมและกระจายสินค้าสหกรณ์ เชื่อมโยงผลผลิตจากพื้นที่ต่าง ๆ สู่ตลาดและผู้บริโภคได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะผลไม้ตามฤดูกาล และช่วยลดความเสียหายระหว่างการขนส่ง
สำหรับปีงบประมาณ 2570 กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมวงเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์กว่า 500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1–3% สำหรับสหกรณ์ที่มีศักยภาพ เพื่อนำไปพัฒนาและขยาย CDC ทั้งด้านอาคาร คลังรวบรวมและคัดคุณภาพสินค้า รวมถึงจัดหารถบรรทุก รถห้องเย็น และรถโฟล์คลิฟท์ เพื่อรักษาคุณภาพสินค้าและลดความเสียหายตลอดเส้นทางตั้งแต่ต้นทางถึงตลาด ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือในการขนส่งสินค้าสหกรณ์ในอัตราพิเศษ เพิ่มความคล่องตัวในการกระจายสินค้าและรองรับช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันในปริมาณมาก พร้อมเตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อคัดเลือกสินค้าสหกรณ์เกรดพรีเมียมให้ตรงกับความต้องการของตลาด และขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมจัดเวทีเชื่อมโยงเครือข่ายสหกรณ์อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อให้สหกรณ์แลกเปลี่ยนข้อมูลสินค้าและความต้องการของตลาด รวมถึงจับคู่ซื้อขายหรือทำธุรกิจร่วมกัน เพิ่มโอกาสทางการตลาดและขยายเครือข่ายผู้ซื้อ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันมีศูนย์ CDC จำนวน 125 แห่ง กระจายในจังหวัดต่าง ๆ และมีมูลค่าซื้อขายสะสม ณ เดือนกันยายน 2569 กว่า 3,130 ล้านบาท โดยสินค้าที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ข้าวสาร ผลไม้ และสินค้าแปรรูป ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าซื้อขายผ่าน CDC เป็น 5,000 ล้านบาทภายในเดือนธันวาคม 2569 และเพิ่มเป็น 8,000–10,000 ล้านบาทในปีถัดไป เพื่อพัฒนา CDC ให้เป็นกลไกเชื่อมโยงเกษตรกร สหกรณ์ ผู้ซื้อ และผู้บริโภค ช่วยให้สินค้าเกษตรกระจายได้รวดเร็วขึ้น มีตลาดรองรับมากขึ้น และเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกร
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
