กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องรัฐเร่งกวาดล้างกองถ่ายศูนย์เหรียญ หลังพบกองถ่ายทุนจีนแอบขนอุปกรณ์-แรงงานลักลอบรับงาน กระทบหนักผู้ประกอบการไทย

คณรัตน์ ยินดีมิตร

29 ต.ค. 2569 16:12 น.0 ครั้ง
แชร์LINE
กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องรัฐเร่งกวาดล้างกองถ่ายศูนย์เหรียญ หลังพบกองถ่ายทุนจีนแอบขนอุปกรณ์-แรงงานลักลอบรับงาน กระทบหนักผู้ประกอบการไทย

29 ต.ค.69 - กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องรัฐเร่งกวาดล้างกองถ่ายศูนย์เหรียญ หลังพบกองถ่ายทุนจีนแอบขนอุปกรณ์-แรงงานลักลอบรับงานไม่ผ่านระบบภาษีและการจ้างแรงงานไทย กระทบหนักผู้ประกอบการไทย เตรียมประสานกรมศุลกากรและกรมการจัดหางาน ลงพื้นที่ตรวจเข้มสถานที่เก็บอุปกรณ์ผิดกฎหมาย

นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะ แถลงถึงผลการประชุม กมธ. กรณีปัญหากองถ่ายภาพยนตร์ต่างชาติศูนย์เหรียญ โดยกล่าวว่า แม้ภาครัฐจะมีนโยบายส่งเสริมให้กองถ่ายต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันกลับพบปัญหากองถ่ายศูนย์เหรียญ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกองถ่ายจากประเทศจีนที่ลักลอบนำอุปกรณ์กล้องและอุปกรณ์ถ่ายทำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งใช้แรงงานจีนเป็นหลัก ส่งผลให้ประเทศไทยไม่ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างที่ควรจะเป็น

นายอิสริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมการท่องเที่ยว ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 พบว่ามาตรการคืนเงิน (Cash Rebate / Incentive) 15–30% สำหรับกองถ่ายที่ใช้จ่ายเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณคืนเงินเพียงปีละราว 300 ล้านบาท จนเกิดปัญหารัฐบาลค้างจ่ายกองถ่ายต่างชาติ ทำให้ภาพยนตร์หลายเรื่องย้ายไปถ่ายทำที่ประเทศอื่น ขณะเดียวกัน กองถ่ายขนาดเล็กที่ไม่ได้ยื่นขอ Incentive ก็ไม่อยู่ในระบบข้อมูลการตรวจสอบภาษีหรือการนำเข้าอุปกรณ์ของกรมการท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ปัญหากองถ่ายศูนย์เหรียญได้ขยายวงกว้างจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไปยังงานโฆษณา สารคดี อีเวนต์ และคอนเสิร์ต ซึ่งตัดโอกาสการจ้างงานและการพัฒนาทักษะของแรงงานไทย และเมื่อ กมธ. เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง กลับพบว่า กรมศุลกากร (การตรวจผ่านระบบ ATA Carnet) กรมการจัดหางาน (การออกใบอนุญาต Work Permit) กรมสรรพากร และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment : BOI) ยังขาดการบูรณาการข้อมูลและการตรวจสอบอย่างจริงจัง รวมถึงมีการใช้บริษัทนอมินีสัญชาติไทยเข้ามาบังหน้า ซึ่งปัญหานี้เรื้อรังมานานกว่า 4–5 ปีจนผู้ประกอบการไทยประสบภาวะขาดทุนสะสม และยังพบว่ามีกลุ่มทุนจีนเข้ามาจดทะเบียนบริษัทในไทยด้วยทุนเพียงประมาณ 200,000 บาท เพื่อนำเข้าอุปกรณ์และเปิดให้เช่ากันเองโดยไม่เข้าสู่ระบบภาษี อีกทั้งยังพบการฉวยโอกาสสวมสิทธิ์ออกใบเสร็จเพื่อเคลมเงิน Cash Rebate ในโครงการใหญ่ ทำให้ผู้ประกอบการไทยสูญเสียรายได้อย่างรุนแรง นอกจากนี้ จากการประชุมร่วมกัน ผู้ประกอบการได้ชี้เบาะแสและพิกัดสำคัญให้แก่กรมศุลกากรและกรมการจัดหางานแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ทั้งสองหน่วยงานจะเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่จัดเก็บอุปกรณ์ถ่ายทำที่นำเข้าโดยผิดกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว

อรุณี ตันศักดิ์ดา / เรียบเรียง