กมธ.ป.ป.ช.เร่งตรวจสอบเรื่องร้องเรียนปมสร้างเหรียญวัตถุมงคล จ.กาฬสินธุ์-การประกอบกิจการโรงงานแอสฟัลท์ติกคอนกรีต จ.บุรีรัมย์

อรพรรณ ขันทองคำ

29 ต.ค. 2569 16:22 น.4 ครั้ง
แชร์LINE
กมธ.ป.ป.ช.เร่งตรวจสอบเรื่องร้องเรียนปมสร้างเหรียญวัตถุมงคล จ.กาฬสินธุ์-การประกอบกิจการโรงงานแอสฟัลท์ติกคอนกรีต จ.บุรีรัมย์

29 ต.ค. 69 - โฆษก กมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร เผยที่ประชุมพิจารณา 2 ข้อร้องเรียน จัดสร้างเหรียญวัตถุมงคลใน จ.กาฬสินธุ์ แอบอ้างใช้เอกสารราชการ พบพิรุธเส้นทางเงิน ขณะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงปมอนุญาตโรงงานแอสฟัลท์คอนกรีตใน จ.บุรีรัมย์ หลังประชาชนได้รับผลกระทบจากมลพิษ

นายธนาธาร ประมูลพงษ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนสำคัญ 2 กรณี โดยกรณีแรกเรื่องร้องเรียนการจัดสร้างเหรียญวัตถุมงคลซึ่งมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้หนังสือเวียนในนามราชการและตราครุฑ ทั้งที่มีการนำวัตถุมงคลไปให้เช่าบูชาผ่านกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้มีการส่งหนังสือเวียนไปยังอำเภอต่าง ๆ รวม 18 อำเภอ ทั้งนี้ แม้ผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความและเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งสำนวนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพิจารณาแล้ว แต่ประชาชนยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใส โดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่พบข้อสงสัยว่า รายได้จากการให้เช่าบูชาถูกโอนเข้าบัญชีบุคคลซึ่งไม่ใช่บัญชีส่วนกลางของจังหวัด ก่อนจะมีการโอนต่อไปยังบุคคลอื่นเป็นทอด ๆ นอกจากนี้ ยังมีเบาะแสเกี่ยวกับการนำเงินสดเข้าบัญชีของเสมียนอำเภอ ก่อนโอนต่อไปยังผู้บริหารของจังหวัด ขณะที่จังหวัดกาฬสินธุ์ชี้แจงว่าไม่มีส่วนรับรู้เรื่องดังกล่าว คณะกรรมาธิการฯ จึงเห็นว่าหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเฉพาะเหตุผลของการใช้เอกสารที่มีตราครุฑ อาจทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นโครงการของทางราชการ

นายธนาธาร กล่าวต่อถึงกรณีที่สอง เป็นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแอสฟัลท์ติกคอนกรีตในอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการรับฟังความคิดเห็น เนื่องจากมีการคัดค้านหลายครั้ง แต่การจัดเวทีครั้งหลังมีการเปลี่ยนสถานที่จัดงาน ทำให้เกิดข้อกังวลว่าอาจไม่สะท้อนความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ประชาชนยังร้องเรียนว่าโรงงานดังกล่าวดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 2567 ทั้งที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานสาธารณสุขของเทศบาล ทั้งยังได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศจนต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ขณะที่ปัญหายังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะเร่งพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพระราชบัญญัติการสาธารณสุขและการใช้อำนาจตามมาตราต่าง ๆ เพื่อหาแนวทางดำเนินการที่ชัดเจน โดยตั้งเป้าพิจารณาประเด็นดังกล่าวภายใน 15 วัน เพื่อคุ้มครองสิทธิและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ต่อไป

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

อรุณี ตันศักดิ์ดา /เรียบเรียง