ประธาน กมธ.พลังงาน วุฒิสภา หนุน โซลาร์ภาคประชาชน ลดภาระค่าไฟ

คริส พุทธชาติ

8 พ.ย. 2569 09:52 น.6 ครั้ง
แชร์LINE
ประธาน กมธ.พลังงาน วุฒิสภา หนุน โซลาร์ภาคประชาชน ลดภาระค่าไฟ

8 พ.ย. 69 - ประธาน กมธ.พลังงาน วุฒิสภา หนุน โซลาร์ภาคประชาชน ลดภาระค่าไฟ จี้รัฐบาลเตรียมพร้อมระบบสายส่ง รองรับเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน

นายพรเพิ่ม ทองศรี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา กล่าวในรายการมองรัฐสภา ทางสถานีโทรทัศน์รัฐสภา ถึงมุมมองต่อโครงการโซลาร์ภาคประชาชนว่า ถือเป็นโครงการที่ดีและสอดคล้องกับทิศทางทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาด การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ช่วยลดภาระของภาครัฐ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ประชาชนลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับคืนสู่ระบบ

นายพรเพิ่ม กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่ ทั้งการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากธนาคาร และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากร้อยละ 3.75 เหลือร้อยละ 2.75 ส่งผลให้ภาระผ่อนชำระลดลงเหลือเพียงประมาณ 800-900 บาทต่อเดือน ในขณะที่ระบบสามารถผลิตไฟฟ้าได้คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งรายได้จากการขายไฟฟ้าคืนภาครัฐจะช่วยลดภาระหนี้กู้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มเติมด้วย
อย่างไรก็ตาม ประธาน กมธ.การพลังงาน ได้แสดงความห่วงใยใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. ความพร้อมของระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) หากดำเนินโครงการได้ตามเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ รัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมของระบบสายส่งให้สามารถรองรับปริมาณไฟฟ้าจากประชาชนได้อย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันปัญหาทางเทคนิคในอนาคต และ 2.ความคุ้มค่าของกลุ่มเป้าหมาย โดยประชาชนบางกลุ่มที่ได้รับสวัสดิการค่าไฟฟ้าจากรัฐ และมีปริมาณการใช้ไฟน้อย อาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุนติดตั้ง จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับลดเป้าหมายจำนวนครัวเรือนให้เหมาะสม และทยอยดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน แทนการตั้งเป้าหมายสูงเกินไปตั้งแต่เริ่มต้น

สำหรับภาพรวมการแก้ไขปัญหาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันนั้น นายพรเพิ่ม มองว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ แม้จะเป็นเรื่องท้าทายเนื่องจากปัจจุบันไทยยังผลิตพลังงานใช้เองได้ในสัดส่วนที่จำกัด พร้อมฝากถึงประชาชนที่มีศักยภาพและมีค่าไฟฟ้าต่อเดือนประมาณ 3,000-4,000 บาท ควรพิจารณาเข้าร่วมโครงการ เพราะจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากในระยะยาว โดยเฉพาะหลังผ่อนชำระเงินกู้ครบ 7 ปี ประกอบกับภาครัฐมีเงินสนับสนุนการติดตั้ง 50,000 บาทตามเงื่อนไข ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังเป็นการร่วมขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดตามแนวทางสากลอีกด้วย

คริส พุทธชาติ /ข่าว (แฟ้มภาพ)
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง