9 เม.ย.69 -   นายกรัฐมนตรี แถลง 23 นโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ครอบคลุม 5 ด้าน ชูแก้หนี้ครัวเรือนเบ็ดเสร็จ "ยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง" เรียนฟรีมีงานทำ ลดค่าไฟ-ค่าครองชีพ เข้มปราบยาเสพติด - สแกมเมอร์ ประกาศชัดไม่หนุนพนันทุกรูปแบบ พร้อมเดินหน้าศึกษายกเลิก MOU 44 แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา ยืนยัน "พูดแล้วทำ" มุ่งไทยมั่นคงจากภายใน

image

        การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ และต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ ภายใน 15 วันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่

        นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาว่า รัฐบาลมุ่งยึดหลักการบริหารประเทศสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ พิทักษ์รักษาสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ยึดมั่นประชาธิปไตย และยึดมั่นหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล แม้ที่ผ่านมารัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนจนพลิกฟื้นความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจกลับมาขยายตัวได้ แต่ไทยยังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งวิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หนี้ครัวเรือน สังคมสูงวัย และภูมิรัฐศาสตร์โลก รัฐบาลจึงกำหนดนโยบาย 23 ข้อ ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลประกาศแก้หนี้ครัวเรือนแบบเบ็ดเสร็จ "ยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง" ครอบคลุมทุกสถาบันการเงิน บริษัทบริหารสินทรัพย์ และสหกรณ์ พร้อมลดรายจ่ายประชาชนในชีวิตประจำวัน สนับสนุน SMEs เข้าถึงแหล่งทุนในระบบ ให้แต้มต่อสินค้า Made in Thailand ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กระจายอำนาจการคลังสู่ท้องถิ่น และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีชีวภาพ ด้านการค้า จะพัฒนาแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัล กวาดล้างปัญหานอมินี และผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ด้านการเกษตร ตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านสู่ "เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่งคง เกษตรยั่งยืน" ผลักดันไทยเป็น "ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก" ส่วนด้านการท่องเที่ยว ผลักดัน "Destination Thailand 365 วัน" ดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาซ้ำเสมือนบ้านหลังที่สอง โอนภารกิจท่องเที่ยวเข้ากระทรวงวัฒนธรรม ขับเคลื่อน Cultural Diplomacy เชิงรุก พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและศิลปวัฒนธรรม รองรับกลุ่มคนที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลและอินเทอร์เน็ตในการทำงานและท่องเที่ยวพร้อมกัน (Digital Nomad) พร้อมยกระดับความปลอดภัยทุกมิติ

        ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง รัฐบาลประกาศนโยบาย "Beyond Thailand" เสริมบทบาทเชิงรุกในเวทีโลก เตรียมพร้อมเป็นประธานอาเซียนปี 2571 กระชับความสัมพันธ์กับทุกขั้วอำนาจในบริบทโลกหลายขั้ว เดินหน้าแก้ปัญหาไทย-กัมพูชาด้วยสันติวิธี พร้อมเร่งศึกษาแนวทางยกเลิก MOU 2544 ว่าด้วยพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทบทวน Free Visa ตัดช่องทางการเงินเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรข้ามชาติ ประกาศปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเว้นในพื้นที่รับผิดชอบต้องรับโทษวินัยร้ายแรงและอาญา "ให้ออกจากราชการไว้ก่อน" และไม่สนับสนุนให้การพนันทุกชนิดเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย รวมถึงการพนันที่แฝงมาในรูปของกีฬาและสันทนาการ พัฒนาระบบป้องกันประเทศให้มีความพร้อม โปร่งใสและตรวจสอบได้ และเปิดโครงการทหารอาสา 100,000 อัตรา สัญญาจ้าง 4 ปี เพื่อปูทางสู่ระบบสมัครใจในระยะยาว

         ด้านสังคม รัฐบาลประกาศนโยบาย "เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ" เปิดแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ฟรีพร้อมอินเทอร์เน็ตไม่มีค่าใช้จ่าย ปรับหลักสูตรรับตลาดแรงงานอนาคต ส่งเสริมทักษะด้านกีฬาสร้างโอกาสให้คนไทย ปรับระบบประกันสุขภาพให้รักษาได้ทุกที่ทันที เชื่อมข้อมูลสิทธิการรักษาทั้งระบบ ส่งเสริมการแพทย์ทางไกล สนับสนุนการผลิตยาในประเทศ พัฒนาระบบรองรับสังคมสูงวัย ส่งเสริม Silver Economy ลดภาษีผู้สูงอายุ จัดพยาบาลอาสาประจำหมู่บ้าน และผลักดันให้มีศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ

         ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม รัฐบาลตั้งเป้า Net Zero ภายในปี 2050 เปิดเสรีตลาดไฟฟ้า พัฒนาโซลาร์ฟาร์มชุมชนลดค่าไฟ จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตมาตรฐานสากล แก้ปัญหา PM2.5 ด้วยการลดการเผาในภาคเกษตร พัฒนาระบบ Big Data และ AI พยากรณ์อากาศระดับตำบล เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ และจัดตั้งระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติครอบคลุมทุกครัวเรือน

         และด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย รัฐบาลประกาศ "ราชการทันใจ" ออก Super License ภายใน 180 วัน เสนอชุดกฎหมาย Omnibus Law ภายใน 1 ปี เร่งปรับปรุงกฎหมายลำดับรองกว่า 7,000 ฉบับ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น จัดทำมาตรการเกษียณก่อนกำหนดเพื่อลดขนาดภาครัฐ ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐ Work from Anywhere และใช้ AI บูรณาการฐานข้อมูลภาครัฐเพื่อตรวจจับการทุจริตเชิงโครงสร้าง โดยมีตัวชี้วัดจากดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศที่ต้องปรับตัวดีขึ้น

         นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลพร้อมทุ่มเทสรรพกำลังขับเคลื่อนนโยบายทั้ง 5 ด้านผ่านระบบบริหารแบบ กลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster) เพื่อให้บรรลุผลอย่างแท้จริง "พูดแล้วทำ" ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง มุ่งสู่เป้าหมายประเทศไทยมั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกเชื่อมั่นประเทศไทย

 

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ