การประชุมร่วมกันของรัฐสภา วาระพิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ที่เสนอโดยนายเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และญัตติที่เสนอโดยนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ให้พิจารณาญัตติทั้ง 2 รวมกัน เนื่องจากมีเนื้อหาทำนองเดียวกันเกี่ยวกับการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่และการประชามติต้องทำขั้นตอนใด
สำหรับการพิจารณาญัตติดังกล่าว สมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย มีทั้งที่คัดค้านการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมองว่าไม่มีกฎหมายบังคับไว้ และรัฐบาลมีเจตนาเตะถ่วงการแก้รัฐธรรมนูญ เช่น นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ที่อภิปรายไม่เห็นด้วยกับการส่งญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ไม่ขัดขวาง โดยชี้ว่ารัฐสภาย้ำคิดย้ำทำ หากจะทำอะไรก็ต้องถามศาลรัฐธรรมนูญ เสียหลักการแบ่งแยกอำนาจ และมีความพยายามเตะถ่วงจากบางกลุ่ม เพราะไม่ต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งระหว่างที่รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย อยากให้รัฐบาลพิสูจน์คำพูดนางสาวแพทองธาร ที่เคยแถลงนโยบายว่าจะเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่ผ่านมา 6 เดือน ยังไม่เห็นการเร่งรัดใด ๆ มีเพียงการออกมาพูดของนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เท่านั้น
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หากมีความมุ่งมั่นตั้งใจแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประชาชน ต้องไม่ลงมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ และให้เดินหน้าแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ให้ทันก่อนปิดสมัยประชุมนี้ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างแก้ไขทันที หากในอนาคตมีผู้ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และมีคำวินิจฉัยว่าต้องทำประชามติ 3 ครั้ง ก็รีเซ็ตกระบวนการทำประชามติใหม่ ซึ่งไม่มีอะไรจะเสีย ยกเว้นต้นทุนของตัวเองที่จะเสียไป ตามที่มีผู้อภิปรายว่าจะมีคดีเข้าตัวเอง หากมีการฟ้องร้องสมาชิกรัฐสภาในภายหลัง โดยมีการอภิปรายว่า หากยื่นศาลรัฐธรรมนูญคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณา 1 เดือน แต่หากพบว่าการพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญจะไม่ทันสมัยประชุมนี้ ต้องรอไปอีก 4 เดือน เท่ากับปิดโอกาสการได้มาของรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับที่ทันต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า
นอกจากนี้ สส. พรรคเพื่อไทย ต่างอภิปรายสนับสนุนให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความการทำประชามติ เพื่อให้การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีความถูกต้อง เช่น นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่เชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาไม่เกิน 1เดือน หากไม่ตีความให้ชัดเจน จะพบกับวังวนเดิม พรรคเพื่อไทยไม่มีเจตนาเตะถ่วง ต้องการผ่าทางตันให้ชัดเจน ชี้ขาดให้ชัด โดยการอ้างว่าไปยื่นเพื่อขยายขอบเขตอำนาจศาลรัฐธรรมนูญนั้น ในรัฐสภานั้น มีทั้งผู้ที่อยู่ในโลกอุดมการณ์ และโลกแห่งความจริง ในโลกแห่งความจริงประเทศไทยมีศาลรัฐธรรมนูญ ฝืนได้หรือไม่ โลกแห่งอุดมการณ์ศาลรัฐธรรมนูญไม่ควรมายุบพรรค หรือให้นายกรัฐมนตรีพ้นตำแหน่ง แต่โลกความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งการยื่นตีความให้เกิดความชัดเจน เป็นวิธีแก้รัฐธรรมนูญที่ถูกต้องที่สุด
ขณะที่นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวสนับสนุนญัตติว่า ที่ผ่านมามีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตลอด ทั้งยื่นแก้ทั้งฉบับและรายมาตรา แต่ต้องยอมรับว่าระบบรัฐสภาเป็นเสียงข้างมาก ขณะที่เสียงข้างน้อยต้องตรวจสอบ ทักท้วง ปัจจุบันเสียงข้างมากเป็นอย่างไรต้องเคารพ ซึ่งหากต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ ต้องทำให้ทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกัน
ทั้งนี้ ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีมติเห็นชอบให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ด้วยคะแนน 304 เสียง ไม่เห็นชอบ 150 เสียง งดออกเสียง 124 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง
รัฐสภา มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปมจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องทำประชามติก่อนหรือไม่
ทัดดาว ทองอิ่ม
17 มี.ค. 2568 18:55 น.1,385 ครั้ง

17 มี.ค. 68 - ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีมติเห็นชอบให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจรัฐสภาแก้รัฐธรรมนูญ ก่อนทำประชามติ ด้วยคะแนนเสียง 304 เสียง ขณะที่พรรคประชาชน และ สว. บางส่วน มองว่ารัฐบาลถ่วงเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ