นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ให้สัมภาษณ์ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการออกเสียงประชามติในราชกิจจานุเบกษา โดยมีประชาชนเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กว่า 21 ล้านเสียง ว่าผลดังกล่าวถือเป็นฉันทามติของประชาชน ที่รัฐสภาและรัฐบาลไม่ว่าฝ่ายเข้ามาทำหน้าที่บริหารต้องให้ความเคารพ และควรเดินหน้าผลักดันกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าขอขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิและแสดงเจตจำนงผ่านการลงประชามติ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนอีกกว่า 11 ล้านเสียงที่ไม่เห็นชอบ และอีกประมาณ 3 ล้านคนที่ไม่ได้แสดงความเห็น ซึ่งสะท้อนว่ายังมีข้อกังวลเกี่ยวกับรูปแบบ เนื้อหา และกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมกันสร้างความเข้าใจต่อสังคม และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง โดยในขั้นตอนต่อไปจะต้องมีการออกเสียงประชามติอีก สองครั้ง ได้แก่ การลงประชามติในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางสู่การยกร่างฉบับใหม่ และการออกเสียงรับรองร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนประกาศใช้
นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่าเมื่อ กกต.ประกาศผลประชามติในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตามมาตรา 68 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กกต.จะต้องรายงานผลต่อนายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินการ ทั้งนี้ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ มาตรา 256 ที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงต้องดำเนินการภายใต้กรอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมระบุว่า ในรัฐสภาชุดที่ผ่านมา มีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งตนทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการ และได้จัดทำรายงานเสร็จสิ้นก่อนเสนอให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่สอง อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวต้องหยุดชะงักจากความเห็นต่างระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในประเด็นจำนวนเสียงของสมาชิกวุฒิสภาที่ต้องใช้ในการให้ความเห็นชอบ จนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่การยุบสภาและการเลือกตั้งครั้งใหม่
นายณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่าตนรู้สึกประหลาดใจต่อกระแสข่าวที่ระบุว่ารัฐบาลชุดใหม่อาจไม่เร่งผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมองว่าไม่เพียงรัฐบาลเท่านั้นที่ต้องผูกพันต่อผลประชามติ แม้แต่รัฐสภาเองก็มีหน้าที่ต้องเดินหน้าตามฉันทามติของประชาชนที่แสดงเจตจำนงไว้อย่างชัดเจน
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)