นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงมาตรการการควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์และความมั่นคงของประเทศ โดยกล่าวว่า จากรณีเหตุการณ์อุบัติเหตุรถคว่ำในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งนำไปสู่การตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า นายหมิง ชาวต่างด้าว ครอบครองอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ซึ่งจากการขยายผลการตรวจค้นบ้านพักพบของกลางที่น่าตกใจ ประกอบด้วย ระเบิด C4 น้ำหนักรวมกว่า 4.8 กิโลกรัม ซึ่งมีประสิทธิภาพทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานได้ ปืนไรเฟิล M16 จำนวน 2 กระบอก ระเบิดสังหารอีก 10 ลูกจากหลายสัญชาติ และเครื่องกระสุนกว่า 1,000 นัด นอกจากนี้ ยังพบ เสื้อเกราะกันกระสุนที่สามารถดัดแปลงเพื่อทำระเบิดพลีชีพได้ ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่า อาวุธบางส่วนมีตราประทับ RTA ซึ่งอาจรั่วไหลมาจากคลังอาวุธของราชการไทย และพบว่าผู้ต้องหามีทั้งบัตรต่างด้าวและบัตรประชาชนปลอม รวมถึงมีประวัติเคยฝึกการรบในค่ายทหารของประเทศเพื่อนบ้านด้วย
ด้าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ตอบกระทู้แทน กล่าวชี้แจงว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและมีมาตรการจัดการทั้งอาวุธปืนเถื่อนและปืนที่ครอบครองโดยผิดกฎหมาย ในกรณีดังกล่าว ปืนพกที่พบตอนแรกเป็นปืนที่มีใบอนุญาตถูกต้อง แต่เป็นการครอบครองแบบผิดมือ คือ ซื้อต่อมาจากเจ้าของเดิมโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ขณะนี้ กรมการปกครอง ได้ออกมาตรการเข้มงวดให้มีการเรียกตรวจใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน แบบ ป.4 ทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบว่าอาวุธปืนยังอยู่กับเจ้าของเดิมหรือไม่ และมีการดัดแปลงสภาพหรือไม่ ส่วนกรณีคนต่างด้าว กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ตรวจสอบกลุ่มผู้ถือบัตรชมพู หรือบัตรต่างด้าว ที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง หากพบข้อพิรุธจะประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าจัดการทันที สำหรับประเด็นอาวุธสงครามและการฝึกกองกำลังข้ามชาติ ทางกระทรวงกลาโหมได้กำชับให้ทุกเหล่าทัพตรวจสอบคลังสรรพาวุฒิอย่างละเอียด และเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนเชิงลึกด้านความมั่นคง ซึ่งจะมีการแถลงรายละเอียดให้ทราบต่อไป
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง