คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา นำโดย นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ ประธานคณะกมธ.ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ณ ชุมชนบ่อสวก อำเภอเมือง จังหวัดน่าน โดยมีนายสุทธิพงษ์ ดวงมณีรัตน์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลบ่อสวก พร้อมด้วยผู้นำชุมชนและผู้แทนประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ โดยคณะกมธ.ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาแหล่งชุมชนโดยความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่เพื่อยกระดับการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ชุมชนบ่อสวกได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับโลก Best Tourism Village จากองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) แห่งแรกของประเทศไทย โดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนและภาคีเครือข่ายมาร่วมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และชูความโดดเด่นด้านการจัดการแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน
จากนั้น คณะกมธ.ได้รับฟังความรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพร จากปราชญ์ชุมชน จากภูมิปัญญาคนพื้นเมือง สู่ผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจบ่อสวกเฮิร์บ ที่ใช้สมุนไพรจากธรรมชาติ โดยคณะกรรมาธิการฯ มีข้อเสนอแนะให้มีการส่งเสริมพลังผู้สูงอายุในชุมชน การให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนในการต่อยอดและสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม รวมถึงการต่อยอดเกี่ยวกับนวัตกรรมการผลิตภัณฑ์สินค้าของชุมชนเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนรวมถึงการสร้างผู้นำชุมชนคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมกิจกรรมหรือโครงการในชุมชนต่อไป
ขณะเดียวกัน คณะกมธ.ลงพื้นที่ติดตามการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าบ้านซาวหลวง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน โดยมีนางบัวลอย อุดเทธิ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าซาวหลวง และนายกรกฎ แปงใจ เลขาธิการกลุ่มทอผ้าบ้านซาวหลวง พร้อมด้วยผู้แทนส่วนราชการและผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ
คณะกมธ.ได้รับฟังการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนทอผ้าบ้านซาวหลวง โดยมีการดำเนินงานในรูปแบบคณะกรรมการซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุและประชาชนในพื้นที่ในการทอผ้าและนำไปจำหน่ายเพื่อเป็นการสร้างรายได้ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่านและกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดน่าน โดยการทอผ้าของชุมชนทอผ้าบ้านซาวหลวง ได้สะท้อนอัตลักษณ์ผ่านลวดลายบนผืนผ้า และพัฒนางานอดิเรกให้กลายเป็นอาชีพ ช่วยสร้างรายได้ ที่สำคัญเป็นการส่งต่อคุณค่านำมาสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) โดยใช้แนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนพื้นฐานของการใช้องค์ความรู้ การศึกษา การสร้างสรรค์งาน และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เชื่อมโยงกับพื้นฐานทางวัฒนธรรม การสั่งสมความรู้ของสังคม และเทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ในการออกแบบลวดลายของผ้ารวมถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence (AI) มาช่วยสนับสนุนเพื่อเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม
ทั้งนี้ คณะกมธ.จะได้นำข้อมูลที่ได้รับทราบไปประกอบการพิจารณาศึกษาและดำเนินการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการฯ ต่อไป
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สนง.เลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ