นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค แถลงข่าวสนับสนุนแนวทางการจัดการขยะและมลพิษเชิงรุก โดยเน้นย้ำความพร้อมของพรรคในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ควบคู่ไปกับการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ พร้อมยืนยันความพร้อมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มาลุยงานพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาจริง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่เข้มข้น ปชป. ขอยืนหยัดในการทำงานที่ยึดเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นตัวตั้ง โดยกำชับให้ผู้สมัคร สส. ทุกเขตทั่วประเทศ เก็บข้อมูลปัญหาในพื้นที่อย่างละเอียดเพื่อจัดทำเป็นแผนปฏิบัติงานทันที และมีความพร้อมในทุกระดับ ไม่ใช่แค่ผู้บริหาร หรือ สส.บัญชีรายชื่อ แต่ผู้สมัครเขตทุกคนคือกลไกสำคัญในการสะท้อนปัญหาจริงจากพื้นที่ เพื่อเตรียมการแก้ไขอย่างเป็นระบบและเต็มกำลัง
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวด้วยกฎหมายมลพิษ ว่า แนวทางการจัดการขยะ เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องทางเทคนิค แต่เป็นภาพสะท้อนของนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่พรรคให้ความสำคัญ โดยเตรียมผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เปลี่ยนขยะและมลพิษให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและพลังงานทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของการปลดล็อกท้องถิ่น ยกระดับการกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือการกระจายอำนาจเพื่อให้ท้องถิ่นมีความคล่องตัวในการจัดการตนเอง ตนเห็นว่าปัญหาในหลายพื้นที่ เช่น ภูเก็ต หรือหาดใหญ่ มักติดหล่มความล่าช้าจากส่วนกลาง ขณะที่ท้องถิ่นเองก็ขาดงบประมาณ ปชป. จึงมี 3 ข้อเสนอแนวทางใหม่ ได้แก่ ข้อเสนอแรก คือ เพิ่มทรัพยากรท้องถิ่น ไม่พึ่งพาเพียงเงินอุดหนุน แต่สนับสนุนการจัดเก็บภาษีและกันงบประมาณไว้ใช้ในพื้นที่ให้มากขึ้น ข้อเสนอที่สอง คือ ระดมทุนรูปแบบใหม่ ส่งเสริมการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) หรือการออกพันธบัตรท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และข้อเสนอที่สาม คือ เพิ่มอำนาจตัดสินใจเพื่อให้การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและขยะในพื้นที่รวดเร็วและตรงจุด โดย ปชป. มีมุมมองว่าการกระจายอำนาจคือก้าวสำคัญที่จะทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็งและจัดการปัญหาของตนเองได้ดียิ่งขึ้น ซึ่ง ปชป. พร้อมเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง