5 ก.พ. 69 - กมธ.ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ติดตามผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบฯ 68-69 จ.มหาสารคาม พร้อมรับฟังปัญหา อุปสรรค แนะกระจายอำนาจ กำหนดแรงจูงใจจังหวัดบริหารงบฯ ได้มีประสิทธิภาพ

image

            ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ อลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา พร้อมคณะ ร่วมประชุมและรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และ พ.ศ. 2569 ของจังหวัดมหาสารคาม รวมถึงปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข โดยมี นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายขันชัย สีนอร์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดมหาสารคาม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล ณ ห้องประชุมพระบรมธาตุนาดูน ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
            คณะกรรมาธิการฯ รับทราบการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายของจังหวัดมหาสารคามเป็นไปตามระเบียบกฎหมายและอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีผลการเบิกจ่ายงบดำเนินงานร้อยละ 8.56 และงบลงทุนร้อยละ 46.72 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ รับทราบถึงความล่าช้าของบางโครงการมีสาเหตุจากการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางที่เป็นรายไตรมาส รวมถึงปฏิทินการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ อย่างไรก็ตาม จังหวัดสามารถดำเนินการใช้จ่ายงบประมาณได้ภายในเดือนกันยายน 2569 นอกจากนี้ ความล่าช้าบางส่วนเกิดจากกระบวนการปรับแก้แบบรูปรายการ โดยเฉพาะโครงการงบลงทุนที่ต้องปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เช่น ปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง รวมถึงข้อจำกัดด้านฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งส่งผลให้บางโครงการต้องใช้เวลานานและมีการกันเงินเบิกเหลื่อมปี
            คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา จึงมีข้อสังเกตให้ส่วนราชการในจังหวัดมหาสารคามเร่งรัดการบริหารจัดการงบประมาณให้เป็นไปตามปฏิทินการดำเนินงาน พร้อมเสนอให้มีแรงจูงใจในการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยหากจังหวัดหรือกรมใดสามารถอยู่ใน 20 ลำดับแรกของการใช้จ่ายงบประมาณ ควรได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น การเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ และให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) กำหนดเป็นตัวชี้วัดของส่วนราชการ ซึ่งที่ประชุมจังหวัดมหาสารคามเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว โดยเห็นว่า หากได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี จะช่วยให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประโยชน์ต่อประชาชนรวดเร็วขึ้น และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังมีข้อสังเกตว่าการบริหารงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความคล่องตัวมากกว่า เนื่องจากมีขั้นตอนน้อย จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณากระจายอำนาจการใช้จ่ายงบประมาณไปยังท้องถิ่นและราชการส่วนภูมิภาคมากขึ้น โดยเฉพาะในกระบวนการเสนอโครงการและการอนุมัติงบประมาณ พร้อมรับทราบปัญหาการจัดสรรงบพัฒนาจังหวัดที่มักถูกปรับลดเพดานงบประมาณจากหน่วยงานส่วนกลาง โดยไม่คำนึงถึงลำดับความสำคัญของโครงการ โดยคณะกรรมาธิการฯ เห็นควรให้การปรับลดงบประมาณพิจารณาจากโครงการลำดับท้ายสุด และจะนำข้อเสนอนี้เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะนำข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากการประชุมครั้งนี้ ไปประกอบการพิจารณาดำเนินการตามบทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการต่อไป

อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สนง.เลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ