21 ก.พ. 69 - คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ฐานภูมะเขือ-ผามออีแดง จ.ศรีสะเกษ ตรวจสอบสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พบการขยายชุมชนและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่พิพาท พร้อมรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาข้อดี-ข้อเสีย ยกเลิก MOU 43-44 เสนอวุฒิสภาและรัฐบาล

image

       คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา นำโดย ผศ.ดร. นพดล อินนา ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ศึกษาดูงานเพื่อลงพื้นที่ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ ปราสาทโดนตวล และผามออีแดง เพื่อรับฟังสถานการณ์ ปัญหา อุปสรรคในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ จังหวัดศรีสะเกษ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีผู้แทนจากกองกำลังสุรนารี รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายอำเภอกันทรลักษณ์ และหน่วยราชการในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ให้การต้อนรับและให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ

       โอกาสนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การเข้ายึดพื้นที่ โดยฝ่ายไทยยึดถือเส้นเขตแดนตามแผนที่มาตราส่วน 1 : 50,000 แต่ฝ่ายกัมพูชา ยึดถือตามแผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 ที่ฝรั่งเศสจัดทำขึ้นในอดีต ยุทธวิธีในการป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยจากฝ่ายกัมพูชา พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมสภาพแวดล้อม ที่พักอาศัยของกำลังพลในพื้นที่ และในโอกาสนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะผู้ติดตามได้ร่วมกันร้องเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี ณ จุดเสาธงชาติ ริมหน้าผาภูมะเขือ เพื่อแสดงความรักชาติ 

      ทั้งนี้ ผู้แทนกองกำลังสุรนารีได้ให้ข้อมูลว่า ฝ่ายกัมพูชาได้มีการรุกล้ำพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาท หรือ No Man’s Land   ประมาณ 15 ตารางกิโลเมตร โดยการขยับขยายชุมชนชาวกัมพูชา สร้างถนน ตลาด และวัด เข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว และบางพื้นที่มีการตั้งกองกำลังทหารในพื้นที่เป็นข้อพิพาทนี้ด้วย ฝ่ายไทยได้มีการประท้วงไปหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผล จากประเด็นดังกล่าว คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้มีความเห็นว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้ได้เห็นถึงสภาพภูมิประเทศจริง เมื่อพิจารณาประกอบกับภาพแผนที่ที่มาตราส่วนต่าง ๆ ทั้งที่ฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชายึดถือ จะเห็นได้ว่า แนวเส้นเขตแดนที่เป็นข้อพิพาทกันไม่เป็นไปตามแนวสันปันน้ำหรือแนวสันเขาหรือหน้าผาตามที่ควรจะเป็นฝ่ายกัมพูชาไม่ได้เคารพต่อข้อตกลง MOU 2543 จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จะนำไปพิจารณาเพื่อเสนอความเห็นต่อที่ประชุมวุฒิสภาและต่อรัฐบาลต่อไป 

       คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ร่วมกับโรงเรียนในโครงการ โรงเรียนศีลห้าตามรอยเท้าพ่ออย่างพอเพียง จังหวัดศรีสะเกษ มอบสิ่งของเครื่องใช้แก่ทหาร ทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน และอาสาสมัครพิทักษ์ป่า เพื่อใช้ในการดำรงชีพ พร้อมทั้ง ตรวจเยี่ยมโรงเรียนภูมิซรอล อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อให้กำลังใจครูและนักเรียน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะสู้รบไทย-กัมพูชา ทั้งนี้ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ทั้งข้อมูลในอดีตและปัจจุบัน เพื่อให้รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญฉบับนี้เป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไปในอนาคต

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย เรียบเรียง

สำนักประชาสัมพันธ์ เลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ