ดร.นพดล พิ้งสกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษานวัตกรรมด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารเพื่ออนาคต ในคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เปิดเผยถึงแนวคิดการผลักดันโครงการจัดตั้งท่าอวกาศยาน (Spaceport) สำหรับใช้เป็นฐานปล่อยจรวดส่งดาวเทียมและรองรับภารกิจด้านการขนส่งอวกาศ ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ว่าจากผลการศึกษาพบว่าพื้นที่เกาะจวงและเกาะจาน จังหวัดชลบุรี มีความเหมาะสมด้านการลงทุนและความปลอดภัย คาดใช้งบประมาณเบื้องต้นราว 400 ล้านบาท อีกทั้งตั้งอยู่ใกล้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และแหล่งอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งสามารถนำก๊าซไฮโดรเจนจากโรงกลั่นมาพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการปล่อยจรวดได้
ดร.นพดล ระบุว่า การสร้างท่าอวกาศยานจะตอบโจทย์การพัฒนาประเทศใน 2 มิติหลัก ได้แก่ มิติด้านความมั่นคง ที่จะเสริมสร้างให้ไทยกลายเป็นจุดแข็งระดับภูมิภาค เนื่องจากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่มีประเทศใดมีท่าอวกาศยาน และ ระบบดาวเทียมยังสามารถใช้เป็นโครงข่ายสำรองทดแทนความเสี่ยงจากสายไฟเบอร์ออปติกใต้ทะเลหรือข้ามประเทศที่อาจเกิดอุบัติเหตุหรือชำรุดได้
ส่วนมิติด้านเศรษฐกิจ จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศให้กับเยาวชน รวมถึงสามารถผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ได้
อย่างไรก็ตามขณะนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ GISTDA กำลังร่วมศึกษาเงื่อนไขต่างๆ รวมถึงอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อจัดทำร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง เมื่อกระบวนการศึกษาเสร็จสิ้น ทางคณะกรรมาธิการฯ จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาความเหมาะสมต่อไป
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)