15 มี.ค. 69 - กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา หารือนโยบายเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรง (PCV) สำหรับเด็กไทย ระบุแม้การศึกษาพบว่ามีความคุ้มค่า แต่การบรรจุในสิทธิประโยชน์จำเป็นต้องพิจารณาประสิทธิผลระยะยาว ผลกระทบด้านงบประมาณ และคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กัน

image

          นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณานโยบายการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรง (PCV) สำหรับเด็กไทย ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเชิญผู้แทนจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และมูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) มาให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

          ผู้แทนจากมูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ รายงานว่า การประเมินความคุ้มค่าขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ราคาวัคซีนและค่ารักษาพยาบาล การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง และผลของการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประชากร ทั้งนี้ แม้ผลการศึกษาจะชี้ถึงความคุ้มค่า แต่การตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อบรรจุวัคซีนในชุดสิทธิประโยชน์ จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบด้วย เช่น ผลกระทบด้านงบประมาณ ประสบการณ์ของผู้ป่วย และความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ

          ด้านผู้แทนสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ชี้แจงแนวทางการออกแบบการศึกษาวิจัยเพื่อติดตามและประเมินผลการนำร่องฉีดวัคซีน PCV โดยการศึกษาจะดำเนินการในพื้นที่นำร่อง เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากร โดยคาดใช้งบประมาณ 225 ล้านบาท ครอบคลุมเด็กกลุ่มเป้าหมายประมาณ 383,300 คน ตามกำหนดฉีดวัคซีนอายุ 2 เดือน 4 เดือน และกระตุ้นเมื่ออายุ 1 ปี แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการที่ต้องพิจารณา อีกทั้ง หากนำวัคซีนเข้าสู่ระบบบริการ จำเป็นต้องพัฒนาระบบทะเบียนวัคซีน การเฝ้าระวังโรค การติดตามอาการไม่พึงประสงค์ และประเมินประสิทธิผลของวัคซีนในระยะยาว พร้อมสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและบุคลากรสาธารณสุข

          คณะกรรมาธิการฯ มองว่า การตัดสินใจเชิงนโยบายมิได้อาศัยเพียงผลการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เท่านั้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านบริบทเฉพาะของแต่ละประเทศด้วย นอกจากนี้ ควรพิจารณาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระยะเวลาการมีชีวิต คุณภาพชีวิตของประชากร อีกทั้งผลกระทบจากการเจ็บป่วย ที่มิได้จำกัดอยู่เพียงตัวผู้ป่วยเท่านั้น และยังส่งผลต่อผู้ดูแลหรือสมาชิกในครอบครัว ดังนั้นการพิจารณานโยบายด้านสุขภาพ จึงควรคำนึงถึงภาระและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ดูแลควบคู่กันไปด้วย


คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ