17 มี.ค.69  - คณะ กมธ.การสาธารณสุข วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน รพ.สต.บัวเงิน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ยกเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนสุขภาพโดยชุมชน ภายใต้ บัวเงินโมเดล พร้อมสะท้อนอุปสรรคหลังถ่ายโอนไปสังกัด อบจ. ทั้งงบประมาณล่าช้า บุคลากรขาดความชัดเจน และระบบข้อมูลไม่เชื่อมโยง เสนอเร่งปรับกรอบงบฯ พัฒนาระบบข้อมูล และวางมาตรฐานบริหารให้สอดคล้อง ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพบริการประชาชน

image

            นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา พร้อมคณะ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบัวเงิน โดยมีนายเกษมชาติ จ่าสิงห์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบัวเงิน และนายแพทย์อุรส สิงห์งาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน้ำพอง รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้การต้อนรับ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน จากหน่วยบริการปฐมภูมิศูนย์สาธารณสุข 

             คณะกรรมาธิการฯ ได้รับทราบข้อมูลว่า โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บัวเงิน อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิที่มีความโดดเด่นในการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายชุมชน ภายใต้แนวคิด "บัวเงินโมเดล" ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนงานสาธารณสุขโดยใช้พลังจากชุมชนเป็นฐาน เป็นยุทธศาสตร์ การขับเคลื่อนงานสุขภาพที่เน้นการบูรณาการพลังจากชุมชน เพื่อเป้าหมายการเป็นตำบลสุขภาวะที่ยั่งยืน โดยมีการวางรากฐานอย่างเป็นระบบระยะเริ่มต้น (2545 - 2547) วางรากฐานพยาบาลชุมชนทำงานร่วมกับผู้นำและ อสม. มีการจัดตั้ง "คณะกรรมการประชาคมสุขภาพ" ที่มาจากตัวแทนภาคีเครือข่าย จำนวน 32 คน เพื่อขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบ การแก้ปัญหาด้วยตนเอง โดยระดมทุนผ่าน "กองทุนผ้าป่า" เพื่อจ้างบุคลากรสาธารณสุขมาดูแลคนในพื้นที่ และก่อสร้างต่อเติมอาคาร รพ.สต. บัวเงิน ด้วยงบประมาณกว่า 460,163 บาท นำไปใช้จ้างบุคลากรสาธารณสุขและก่อสร้างอาคารโดยไม่พึ่งพางบประมาณรัฐ ถือเป็นตัวอย่างของการแก้ปัญหาด้วยพลังชุมชนอย่างแท้จริง ต่อมาในปี 2555 รพ.สต.บัวเงิน ได้ริเริ่ม "นวัตกรรมคืนถิ่น" ด้วยการส่งลูกหลานในพื้นที่ไปเรียนพยาบาลและกลับมาทำงานในบ้านเกิด พร้อมจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในวัดเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ก่อนได้รับการจดทะเบียนเป็นเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ (NPCU) ในปี 2563 และถ่ายโอนภารกิจไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นในปี 2565 ซึ่งหัวใจสำคัญของความสำเร็จคือการบูรณาการทรัพยากร "บ้าน-วัด-โรงเรียน" หรือ บวร เข้าด้วยกัน โดยมีทีมแม่ข่ายจากโรงพยาบาลน้ำพองหนุนเสริม ทั้งแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เภสัชกร ทันตแพทย์ และนักกายภาพบำบัด จนผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพระดับสูงครบทั้ง 8 ด้าน ครอบคลุมระบบบริหารจัดการ บุคลากรและทรัพยากร สถานที่และสิ่งแวดล้อม ระบบสารสนเทศ บริการสุขภาพปฐมภูมิ ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ บริการเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค และการควบคุมป้องกันการติดเชื้อ สำหรับปีงบประมาณ 2568 ได้มุ่งขับเคลื่อน 5 โครงการสำคัญ ครอบคลุมพัฒนาการเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการบำบัดยาเสพติดโดยชุมชนเป็นฐาน เพื่อมุ่งสู่ตำบลสุขภาวะที่ยั่งยืน

         อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของ รพ.สต. ที่ถ่ายโอนไปสังกัด อบจ. ยังพบปัญหาสำคัญหลายด้าน ทั้งการจัดสรรงบประมาณที่ล่าช้าและความแตกต่างของระเบียบการเงินระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น ความกังวลของบุคลากรด้านความก้าวหน้าในสายอาชีพและการขาดแคลนตำแหน่งสายสนับสนุน รวมถึงปัญหาการเชื่อมต่อระบบข้อมูลกับโรงพยาบาลแม่ข่าย และความซ้ำซ้อนของระเบียบกฎหมายระหว่างมาตรฐานสาธารณสุขกับระเบียบท้องถิ่น ซึ่งล้วนส่งผลต่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน            

               ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่า ควรกำหนดกรอบการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางให้สอดคล้องกับรอบการดำเนินงานของหน่วยบริการ และจัดทำแนวทางการบริหารเงินบำรุงและเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพให้ชัดเจนเป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมทั้งกำหนดแนวทางรองรับความก้าวหน้าในสายอาชีพและปรับปรุงกรอบอัตรากำลังสายสนับสนุนเพื่อลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ควรพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลและระบบส่งต่อผู้ป่วยระหว่างหน่วยบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจัดทำแนวทางปฏิบัติที่บูรณาการระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทยให้สอดคล้องกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย /เรียบเรียง

สำนักประชาสัมพันธ์ เลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ