นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายศุภโชติ ไชยสัจ สส.แบบบัญชีรายชื่อ แถลงถึงสถานการณ์วิกฤตน้ำมันและแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่ผันผวนจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าปัญหาสำคัญเกิดจากการสื่อสารของรัฐบาลที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน และการบริหารจัดการที่ขาดความรอบด้าน นายวีระยุทธกล่าวว่า แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการทราบคือสามารถหาซื้อน้ำมันได้ที่ใด หลังพบปัญหาน้ำมันขาดตามสถานีบริการ ซึ่งความไม่ชัดเจนดังกล่าวทำให้เกิดความตื่นตระหนกและความปั่นป่วนในตลาด ทั้งนี้ มองว่าการกำหนดมาตรการพยุงราคาน้ำมันระยะสั้น เช่น 15 วัน ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมกักตุนทั้งฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ จนเกิดอุปสงค์เทียม และทำให้ตลาดบิดเบือน ขณะเดียวกันการประชุมของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ที่รับฟังข้อมูลจากบริษัทน้ำมันรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย ไม่สะท้อนปัญหาจริงของผู้ประกอบการรายย่อยและภาคส่วนอื่น เช่น ปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก ชาวนา ชาวประมง และผู้ขนส่ง ที่กำลังได้รับผลกระทบโดยตรง
นายวีระยุทธยังตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นธรรมในการเข้าถึงน้ำมัน โดยมีรายงานว่าบางพื้นที่เครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่สามารถเข้าถึงน้ำมันได้ก่อนประชาชนทั่วไป พร้อมชี้ว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ทั้ง บ้านใหญ่ และเทคโนแครตของรัฐบาล ว่าจะบริหารจัดการเพื่อประชาชนได้จริงหรือไม่ พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งสร้าง การแสดงผลข้อมูลน้ำมันรายวัน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบปริมาณน้ำมันในแต่ละพื้นที่ และวางแผนการใช้ชีวิตได้ รวมถึงปรับแนวทางบริหารกองทุนน้ำมันให้มีความชัดเจน เช่น การทยอยปรับราคาเป็นขั้นบันได หรือกำหนดมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเปราะบางและภาคขนส่ง นอกจากนี้ ยังเตือนถึงผลกระทบลูกโซ่ในระยะ 2–6 เดือนข้างหน้า ทั้งการขาดแคลนเม็ดพลาสติก วัสดุก่อสร้าง และปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งอาจกระทบต่อภาคเกษตรและราคาสินค้าในอนาคต
ด้านนายศุภโชติกล่าวว่า จากการลงพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พบปัญหาหลัก 3 ประการ ได้แก่ ประชาชนหาน้ำมันเติมไม่ได้ การจำกัดโควตาจ่ายน้ำมันจากคลัง และข้อมูลของรัฐที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง พร้อมเตือนว่าผลกระทบจากตะวันออกกลางจะลุกลามไปสู่ค่าไฟฟ้า เนื่องจากไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติกว่า 60% และนำเข้าแอลเอ็นจีจากตะวันออกกลางกว่า 25% โดยล่าสุดมีเรือขนส่งแอลเอ็นจีของไทยติดค้างในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานมีแนวโน้มสูงขึ้น และอาจกระทบค่าไฟงวดเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 ทั้งนี้ ปชน. เสนอให้รัฐบาลเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน โดยลดค่าไฟสำหรับกลุ่มเปราะบางทันที ส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน และนำมาตรการบริหารความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand Response) กลับมาใช้ เพื่อลดการพึ่งพาแอลเอ็นจีในระยะเร่งด่วน
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง