นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงถึงข้อเสนอการขับเคลื่อนงานรัฐสภาต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้รัฐสภาทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน โดยขอเสนอแนวทางการดําเนินงานใน 5 ด้านสําคัญ ด้านแรก คือ การยกระดับคุณภาพกฎหมาย โดยเสนอให้จัดลำดับความสำคัญของกฎหมายเร่งด่วน อาทิ กฎหมายเศรษฐกิจและการลงทุน กฎหมายส่งเสริมเอสเอ็มอีและเทคโนโลยี รวมถึงกฎหมายลดขั้นตอนอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ พร้อมเสนอให้จัดตั้งหน่วยวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมายทางเศรษฐกิจ สังคม และงบประมาณก่อนบังคับใช้ รวมถึงผลักดันการทบทวนกฎหมายที่ล้าสมัย เพื่อลดภาระต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ด้านที่สอง คือความโปร่งใสในการให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระ โดยเสนอให้เปิดให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อแสดงวิสัยทัศน์ต่อรัฐสภา เผยแพร่ประวัติและผลงานต่อสาธารณะ รวมถึงกำหนดกรอบเวลาพิจารณาที่ชัดเจนเพื่อป้องกันสูญญากาศทางการเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าขณะนี้พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและถูกมองว่าอยู่เบื้องหลังการเลือกวุฒิสภา จึงเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนและเป็นอิสระอย่างแท้จริง ด้านที่สาม คือ การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเสนอให้ส่งเสริมการใช้กระทู้ถามและการอภิปรายญัตติต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มบทบาทของคณะกรรมาธิการในการติดตามนโยบายรัฐ และเปิดเผยข้อมูลการใช้งบประมาณต่อรัฐสภาและสาธารณะให้มากขึ้น ด้านที่สี่ คือ การประสานงานระหว่างสองสภา โดยเสนอให้จัดกลไกประสานงานอย่างเป็นระบบ จัดประชุมร่วมระหว่างผู้นำฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภาอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงให้ตัวแทนเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาเข้าร่วมปรึกษาหารือด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้านและไม่ลำเอียง และด้านสุดท้ายซึ่งถือเป็นประเด็นเร่งด่วน คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามผลประชามติ โดยเรียกร้องให้ประธานรัฐสภากำหนดกรอบเวลาดำเนินการที่ชัดเจนและประกาศต่อสาธารณะ เปิดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ และสนับสนุนการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หากผลเป็นไปตามประชามติ พร้อมย้ำว่าประชาชนลงคะแนนอย่างท่วมท้น เพราะต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเจตนารมณ์ของประชาชน
นายแพทย์เปรมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนหวังเป็นอย่างยิ่งให้รัฐสภาเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องลบล้างภาพที่ประชาชนมองว่าเป็นสภาสีน้ำเงิน โดยย้ำว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าประธานรัฐสภาคนใหม่จะสามารถดำรงตนในความเป็นกลางและทำให้สภาเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริงหรือไม่
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง