18 มี.ค.69 - หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แนะรัฐบาลใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษคุมราคาน้ำมัน และเร่งพัฒนาโรงกลั่นของกองทัพ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เป็นแหล่งน้ำมันสำรอง ย้ำ จำเป็นต้องปฏิรูปโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ พร้อมส่งเสริมพลังงานทางเลือก

image

         นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงความเห็นต่อโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศไทย โดยตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาสำคัญอยู่ที่รัฐบาลไม่ทราบต้นทุนที่แท้จริงของผู้ประกอบการ ส่งผลให้ต้องใช้การอ้างอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีแหล่งผลิตน้ำมันของตนเองและมีราคาสูง ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศไทยถูกกำหนดบนฐานที่ไม่สะท้อนต้นทุนจริง โดยระบบที่เหมาะสมควรเป็น Cost Plus หรือการคำนวณจากต้นทุนจริง บวกค่าบริหารจัดการและกำไรที่เหมาะสม แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากไม่มีการเปิดเผยต้นทุนอย่างโปร่งใส สะท้อนความผิดปกติของโครงสร้างราคา นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับค่าการกลั่น ที่ไม่โปร่งใส เนื่องจากกระบวนการกลั่นน้ำมันจากน้ำมันดิบเป็นกระบวนการเดียวกัน แต่กลับมีการตั้งค่าการกลั่นแตกต่างกัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่มีค่าการกลั่นสูงกว่าน้ำมันเบนซิน ทั้งที่ควรมีต้นทุนใกล้เคียงกัน อีกทั้งประเทศไทยมีโรงกลั่นประมาณ 6 แห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นของเอกชนและกลุ่ม ปตท. ขณะที่ภาครัฐไม่มีโรงกลั่นของตนเอง ทำให้ขาดอำนาจในการกำกับดูแล 

         นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและปริมาณน้ำมันสำรองประเทศไทย ตนมีข้อเสนอว่า รัฐบาลไม่ควรใช้กฎหมายกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในภาวะวิกฤต แต่ควรใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งให้อำนาจควบคุมราคา ตรวจสอบต้นทุน และสั่งการผู้ประกอบการได้โดยตรง โดยการชดเชยควรทำเฉพาะกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าขาดทุนจริงเท่านั้น เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนและความไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน ยังตั้งข้อสังเกตถึงตัวเลขสำรองน้ำมันของประเทศไทยที่รัฐบาลระบุว่ามีถึงเกือบ 100 วัน โดยมองว่าเป็นเพียงการปรับสัดส่วนในถังเดิม ไม่ได้เพิ่มปริมาณน้ำมันจริง จากเดิมที่มีน้ำมันใช้ได้ประมาณ 60 วัน โดยมีน้ำมันดิบสำรอง 5% และน้ำมันสำเร็จรูป 1% ก่อนจะมีการปรับเพิ่มสัดส่วนสำรองเป็น 3% ซึ่งยังอยู่ในระบบเดิม จึงไม่ได้ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานอย่างแท้จริง อีกทั้ง ยังมีข้อกังวลเรื่องการกักตุนหรือการไม่ปล่อยน้ำมันเข้าสู่ตลาด รวมถึงปัญหาราคาขายส่งหรือราคาจ๊อบเบอร์ที่สูงกว่าราคาหน้าปั๊ม และไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุม ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งน้ำมันทางท่อที่มีอยู่แล้ว ก็ยังไม่ได้ถูกใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

        นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงแนวทางแก้ไขว่า ตนเสนอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษควบคุมราคาน้ำมัน สั่งให้ผู้ประกอบการเปิดเผยต้นทุนอย่างโปร่งใส และชดเชยเฉพาะส่วนที่ขาดทุนจริง พร้อมทั้งเร่งสร้างน้ำมันของรัฐ โดยพัฒนาโรงกลั่นของกองทัพที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นแหล่งน้ำมันสำรอง รวมถึงให้รัฐมีบทบาทในการจัดซื้อน้ำมันดิบเพื่อควบคุมต้นทุน นอกจากนี้ เสนอให้เร่งพัฒนาระบบท่อส่งน้ำมันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง และลดความเหลื่อมล้ำด้านราคาในแต่ละพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ รวมถึงการส่งเสริมพลังงานทางเลือก และเสนอเทคโนโลยีไพโรไลซิส ที่สามารถผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติกและยางรถยนต์ได้ประมาณ 400 ลิตรต่อวันในระดับชุมชน เพื่อเพิ่มการพึ่งพาตนเอง

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ