นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แสดงความคิดเห็นต่อปัญหาระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะระบบบัตรทองในกรุงเทพมหานคร ภายหลังการหารือร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ตนพร้อมด้วย สส.กรุงเทพฯ จากพรรคประชาชน ได้แก่ นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ นายปวิตรา จิตตกิจ นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ นายธีรัจชัย พันธุมาศ นางสาวภัสริน รามวงศ์ นายเอกราช อุดมอำนวย นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ และ นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล ได้ยื่นข้อเสนอต่อ สปสช. เขตกรุงเทพมหานคร เพื่อผลักดันการปฏิรูประบบบัตรทองให้สอดคล้องกับต้นทุนและสภาพจริงของเมืองใหญ่
นายเอกภพระบุว่า ปัญหาระบบบัตรทองในกรุงเทพฯ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องงบประมาณ แต่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในชีวิตประจำวัน ทั้งกรณีถูกปฏิเสธใบส่งตัว ต้องเดินทางไกลเพื่อเข้ารับการรักษา หรือบางรายต้องออกค่าใช้จ่ายเอง ทั้งที่เป็นสิทธิพื้นฐานที่ควรได้รับอย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ ยังชี้ว่าระบบบริการสุขภาพในเมืองหลวงมีต้นทุนสูง ทั้งค่าเช่าสถานที่ ค่าบุคลากร และต้นทุนการให้บริการ แต่ยังคงใช้งบประมาณในลักษณะใกล้เคียงกับพื้นที่อื่น ส่งผลให้คลินิกจำนวนมากแบกรับภาระไม่ไหว และเริ่มถอนตัวจากระบบ ซึ่งท้ายที่สุดกระทบต่อประชาชนโดยตรง
นายเอกภพระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีคลินิกชุมชนอบอุ่นหลายแห่งกำลังพิจารณายกเลิกสัญญา อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในระบบบัตรทองมากกว่า 50,000 คน ที่เสี่ยงไม่มีหน่วยบริการประจำ และต้องเข้าสู่ระบบบริการที่มีความแออัดมากขึ้น
สำหรับข้อเสนอของพรรคประชาชน มี 7 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มอำนาจให้ สปสช. คุ้มครองสิทธิการส่งต่อผู้ป่วย การทบทวนงบเหมาจ่ายรายหัวให้สะท้อนต้นทุนจริงของกรุงเทพฯ การแยกงบส่งต่อผู้ป่วยออกจากงบรายหัว การจัดทำสัญญากลางระหว่างคลินิกกับโรงพยาบาล การตั้งกลไกตรวจสอบข้อพิพาทด้านงบประมาณ การยกเลิกการเรียกเงินคืนย้อนหลังในกรณีหน่วยบริการดำเนินการโดยสุจริต และการจัดระบบเครือข่ายบริการให้คลินิกเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลประจำเขตอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ข้อเสนอหลายประเด็นเริ่มได้รับการตอบสนองแล้ว อาทิ การเพิ่มบทบาทสายด่วน 1330 ในบางกรณี การเสนอเพิ่มงบเหมาจ่ายรายหัว การพัฒนาระบบส่งตัวระหว่างหน่วยบริการ รวมถึงการผลักดันระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ และการเปิดเผยข้อมูลสุขภาพเพื่อให้ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบ และใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
นายเอกภพกล่าวทิ้งท้ายว่า ถึงเวลาแล้วที่กรุงเทพมหานครต้องมีการปฏิรูประบบบริการสุขภาพครั้งใหญ่ และควรมีบทบาทนำมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้จริง ไม่ถูกปฏิเสธสิทธิ และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในระบบสาธารณสุข
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง