24 มี.ค. 69 - คณะกมธ.การสาธารณสุข วุฒิสภา ชี้โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศค้างจ่ายค่ายากว่า 6 หมื่นล้านบาท พบโครงสร้างงบไม่สอดคล้องต้นทุนจริง เสี่ยงกระทบเสถียรภาพและการเข้าถึงการรักษาของประชาชน

image

           นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา เปิดเผยว่า โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศมีหนี้ค้างชำระค่ายาและเวชภัณฑ์รวมกว่า 60,000 ล้านบาท บางแห่งค้างชำระนานถึง 10 เดือน สะท้อนความตึงตัวของโครงสร้างงบประมาณในระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศ จากข้อมูลเชิงวิชาการพบว่า การจ่ายค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ใช้อัตรา 8,350 บาทต่อ 1 (Adjusted Relative Weight :AdjRW) หรือ คะแนนความซับซ้อนและต้นทุนการรักษาผู้ป่วยในแต่ละรายซึ่งต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริง ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการบริหารจัดการปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้โรงพยาบาลได้รับเงินชดเชยไม่เพียงพอ เกิดภาวะขาดทุนสะสมและปัญหาสภาพคล่อง จนนำไปสู่การค้างชำระค่ายา ทั้งนี้ คณะกมธ.มีความห่วงใย 3 ประเด็น ได้แก่ การเข้าถึงยาและการรักษาพยาบาลของประชาชน เสถียรภาพทางการเงินของหน่วยบริการรัฐ และความยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพ จึงมอบหมายให้คณะอนุกมธ.ศึกษาระบบงบประมาณ การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาล วุฒิสภา ดำเนินการติดตามปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ศึกษามาแล้ว 3-4 เดือน พร้อมจัดสัมมนาและลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย พบปัญหาเชิงโครงสร้างชัดเจน ทั้งสถานะการเงินติดลบ ขาดสภาพคล่อง การเบิกจ่ายถูกปฏิเสธ และภาระค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่ครอบคลุมสิทธิประโยชน์

           ด้านนายโสภณ มะโนมะยา รองประธานคณะอนุกมธ.ระบุว่า จากการประชุมสัมมนาและลงพื้นที่ พบว่าระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำลังเผชิญวิกฤตเชิงโครงสร้าง โดยโรงพยาบาลทั่วประเทศมีหนี้ค้างจ่ายค่ายากว่า 60,000 ล้านบาท หน่วยบริการ 54% มีเงินบำรุงติดลบ และ 15% อยู่ในระดับวิกฤตสูงสุด ขณะที่งบเหมาจ่ายรายหัวปี พ.ศ. 2569 อยู่ที่ 265,000 ล้านบาท แต่ถูกหักเงินเดือนถึง 71,446 ล้านบาท หรือเกือบ 40% ทำให้งบสำหรับการรักษาลดลงต่อเนื่อง นอกจากนี้ การลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายพบว่า 11 จาก 18 โรงพยาบาลมีสถานะการเงินติดลบ โดยโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน 72.6 ล้านบาทในไตรมาสเดียว และมีอุปกรณ์ทางการแพทย์กว่า 211 รายการที่ไม่สามารถเบิกได้ สะท้อนปัญหา ยิ่งรักษายิ่งขาดทุน ซึ่งท้ายที่สุดจะกระทบต่อประชาชนผู้รับบริการ ดังนั้นคณะอนุกมธ.จึงเสนอแนวทางแก้ไข โดยระยะเร่งด่วนให้ปรับอัตราจ่ายเป็น 13,000–18,000 บาทต่อ AdjRW และปฏิรูประบบตรวจสอบให้ยึดหลักทางการแพทย์ ระยะกลางให้แก้ไขโครงสร้างงบประมาณ แยกเงินเดือนออกจากงบรายหัว และกระจายอำนาจการบริหารงบสู่พื้นที่ รวมถึงประเมินผลกระทบทางการคลังทุกนโยบาย และระยะยั่งยืนให้ปรับสู่ระบบจ่ายตามผลลัพธ์สุขภาพ บูรณาการ 3 กองทุน ลดความเหลื่อมล้ำ และปรับโครงสร้างคณะกรรมการให้ผู้ให้บริการมีบทบาทมากขึ้น

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ