นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.จังหวัดนครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม (กธ.) เสนอญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎร ขอให้พิจารณาศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงราคาน้ำมันและปุ๋ยเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยระบุว่าปัญหาดังกล่าวเริ่มต้นจากกรณีที่นายกรัฐมนตรีประกาศตรึงราคาน้ำมันเป็นเวลา 15 วันทันที ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดนครสวรรค์ โดยเฉพาะอำเภอชุมแสงและอำเภอท่าตะโก ซึ่งเพิ่งประสบปัญหาน้ำท่วม และอยู่ระหว่างการเพาะปลูกครั้งแรก กำลังจะเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงปลายเดือนนี้
นายสัญญากล่าวว่า เมื่อเกษตรกรทราบว่าต้นทุนการเกษตรจะสูงขึ้นจากปัญหาราคาน้ำมัน ทำให้เกิดการกวาดซื้อน้ำมันตามปั๊มน้ำมันต่าง ๆ แต่กลับพบว่าน้ำมันเริ่มขาดแคลนตั้งแต่มีการประกาศตรึงราคา ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับจากประชาชนในพื้นที่ และได้มีการหารือกับหน่วยงานราชการหลายภาคส่วนแล้ว แต่ด้วยอำนาจหน้าที่ที่จำกัด ยังไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ แม้รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีจะชี้แจงว่าน้ำมันสำรองของประเทศมีเพียงพอใช้ แต่ในข้อเท็จจริงกลับพบว่าประชาชนไม่สามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ ขณะที่มีผู้ครอบครองน้ำมันบางรายระบุว่ามีน้ำมันเพียงพอ แต่จำเป็นต้องแลกกับราคาที่สูงขึ้น ซึ่งนายสัญญาระบุว่าเป็นประสบการณ์ที่พบด้วยตนเอง และได้นำเรื่องดังกล่าวหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์แล้ว
นายสัญญายังแสดงความเห็นว่า น้ำมันไม่ได้ขาดแคลนในเชิงปริมาณ เนื่องจากยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอ แม้จะมีการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม แต่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีผู้เกี่ยวข้องบางส่วนฉวยโอกาสแสวงหากำไรในช่วงวิกฤต สำหรับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในขณะนี้คือเกษตรกร ซึ่งจำเป็นต้องใช้น้ำมันในการเก็บเกี่ยวผลผลิต จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มโควตาน้ำมันให้กับสถานีบริการผ่านระบบสหกรณ์ เนื่องจากมีข้อมูลการใช้น้ำมันและพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรอย่างชัดเจน สามารถช่วยควบคุมการกระจายน้ำมันและบรรเทาภาระให้เกษตรกรได้ในระยะเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาในด้านอื่นที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข แต่หากสามารถดำเนินการในประเด็นนี้ได้ก่อน จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง