นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา พร้อมคณะ แถลงข่าวผลการประชุมคณะอนุ กมธ. ที่มีการพิจารณาศึกษาเรื่องแนวทางการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงผู้บริโภคในการซื้อสินค้าออนไลน์ ว่า ปัจจุบันการหลอกลวงออนไลน์เป็นการหลอกลวงที่ใหญ่ที่สุดและมีมูลค่าความเสียหายมากที่สุด ปัจจุบันมีผู้ที่ถูกหลอกลวงออนไลน์ทุกวัน โดยวันนี้ (25 มี.ค.69) มีกลุ่มผู้ที่ถูกหลอกลวงออนไลน์มูลค่าความเสียหายหลักหลายร้อยล้านบาทมาร้องเรียนต่อคณะอนุ กมธ. ซึ่งเป็นการหลอกลวงผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์บนโซเชียลมีเดียร์รายใหญ่มากที่สุดถึงกว่า 60% เช่น คอร์สอบรมต่าง ๆ การเปิดพอร์ตทำธุรกรรม จนนำไปสู่การถูกหลอกเงินไป โดยคณะอนุ กมธ.มีความเห็นว่า ควรมีการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง พร้อมหารือร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ว่าประเทศไทยจะสามารถระบุตัวตนของผู้ที่มาทำธุรกรรมกับสื่อโซเชียลมีเดียร์ได้หรือไม่ เพื่อให้มีผู้ที่มาลงโษฆณาต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนให้ชัดเจน และหากเกิดความเสียหายขึ้นมา ขอให้ตำรวจจาก 2 ส่วน คือ ไซเบอร์และสอบสวนกลาง (CIB) ดำเนินการเชื่อมโยงร่วมกันได้
นายสุนทร กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องหลอกลวงออนไลน์เป็นเรื่องซึ่งทุกคนมีโอกาสถูกหลอกอยู่ตลอดเวลาทั้งที่สามารถที่จะป้องกันได้อย่างง่าย ๆ ตั้งแต่ต้น ด้วยการกำหนดให้มีการลงทะเบียนผู้ที่มาทำการซื้อและมาทำการขาย (Know Your Merchant) ซึ่งตนเห็นว่าเป็นสิ่งที่น่าจะทำมาตั้งนานแล้ว เพราะต่างประเทศก็มีการทำแล้ว และตนไม่เข้าใจว่าประเทศไทยติดขัดตรงไหน โดยขณะนี้ คณะอนุ กมธ. กำลังพยายามที่จะผลักดันเรื่องนี้ พร้อมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาองค์กรของผู้บริโภค ว่าควรจะต้องทำอย่างจริงจัง ทั้งนี้ สำหรับกรณีที่ถูกหลอกลวงไปแล้ว ทางผู้เสียหายได้ไปร้องเรียนถึงตำรวจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแล้ว ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่รักษาการณ์อยู่จะได้เป็นต่อเนื่องในรัฐบาลชุดใหม่ เพราะฉะนั้น จึงมองว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สามารถที่จะทำเรื่องนี้อย่างจริงจังให้ได้ เพื่อให้เป็นตัวอย่างให้คนที่หลอกลวงออนไลน์ต้องเกรงกลัว ไม่ใช่หลอกแล้วปิดบัญชีหนีไป ถึงขนาดปลอมตัวมาหลอกทุกรูปแบบต่อผู้เสียหายซ้ำ ๆ จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เอาจริงกับกรณีนี้ พร้อมขอฝากไปยังรัฐบาลชุดใหม่ว่าเรื่องคุ้มครองผู้บริโภค จะทำอย่างไรให้บูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ รวมกันให้ได้ เพราะยุคปัจจุบันเป็นยุคดิจิทัลแล้วควรจะเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาด้วยกันได้ หรือแชร์ข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ได้ โดยคณะอนุ กมธ. อยากให้กรณีนี้เป็นตัวอย่างว่าเมื่อผู้เสียหายร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่แล้ว อยากจะฝากเจ้าหน้าที่ให้ตามจับมาให้ได้ เพื่อเป็นการกำหราบไม่ให้เกิดการหลอกลวงกันได้อย่างง่าย ๆ อย่างนี้อีกต่อไป พร้อมมีการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง โดย ETDA กำหนดให้มีการลงทะเบียนผู้ขายผู้โฆษณาออนไลน์ ซึ่งหากหลายหน่วยงานมารวมกันโดยมีหัวใจหลักคือประชาชน จะสามารถแก้ไขเรื่องหลอกลวงออนไลน์ไปได้
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง