พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ เสนอญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎร ขอให้พิจารณาศึกษาแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงาน แก้ไขวิกฤตค่าครองชีพ และปรับโครงสร้างหนี้ของประชาชน จากผลกระทบสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างเร่งด่วน โดยระบุว่า วิกฤตดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกครัวเรือนในประเทศไทย ทั้งที่ต้นตอของปัญหาอยู่ห่างไกลจากประเทศ พร้อมอ้างถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 56 ที่กำหนดให้รัฐต้องดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคในสัดส่วน 51% เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชน แต่ปัจจุบันกลับพบว่าหลักนิติธรรมไม่ได้รับการยึดถืออย่างเคร่งครัด
พันตำรวจเอก ทวี สะท้อนปัญหาเรื่องน้ำมัน โดยตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่มีความไม่ชัดเจนระหว่างสถานะรัฐและเอกชน พร้อมยกตัวอย่างในอดีต เช่น ช่วงปี พ.ศ. 2554 ในสมัย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเป็นศูนย์ และช่วงวิกฤตโควิด-19 ในสมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 5 บาทต่อลิตร ขณะที่ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตรวมเกือบ 9 บาท ทั้งนี้ เสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตและภาษีที่นำเข้ากองทุนต่าง ๆ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งครอบคลุมค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าที่อยู่อาศัย และค่าพลังงาน โดยระบุว่าประชาชนจำนวนมากมีรายได้ไม่พอกับรายจ่ายถึง 70% ขณะเดียวกันยังสะท้อนปัญหาหนี้สิน โดยเห็นว่าควรปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ใช่นำหนี้ใหม่ไปชำระหนี้เก่า นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดยยกตัวอย่างประเทศอินโดนีเซียที่ใช้น้ำมันผสมไบโอดีเซลในสัดส่วนสูง พร้อมระบุว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการใช้น้ำมันปาล์มเป็นพลังงานทดแทน ซึ่งจะช่วยให้เงินหมุนเวียนอยู่ในประเทศ
ในประเด็นไฟฟ้า พันตำรวจเอก ทวี ระบุว่าโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของไทยไม่เป็นไปตามสัดส่วน 51 ต่อ 49 โดยปัจจุบันรัฐผลิตเพียง 30% และอีก 70% เป็นการซื้อจากเอกชน พร้อมยกตัวอย่างต้นทุนไฟฟ้าจากเหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง และพลังงานน้ำจากเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา ที่มีต้นทุนต่ำ แต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนประเด็นก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ระบุว่ามีการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมมากกว่าภาคครัวเรือนและการผลิตไฟฟ้า ทั้งที่ต้นทุนต่ำ โดยเห็นว่าหากปรับโครงสร้างการใช้ก๊าซ จะสามารถลดค่าไฟฟ้าได้อีกประมาณ 50 สตางค์ต่อหน่วย และทำให้ค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ขณะเดียวกัน ยังกล่าวถึงปัญหาปุ๋ยเคมี โดยระบุว่าประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยปีละประมาณ 6 ล้านตัน มูลค่าเกือบแสนล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสถานการณ์สงครามอาจส่งผลกระทบต่อราคา จึงเสนอให้ศึกษาการจัดตั้งปุ๋ยแห่งชาติ ท้ายที่สุด ยังอ้างผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่สะท้อนว่าประชาชนต้องการให้แก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยขอให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย และ กระทรวงการคลัง เร่งแก้ไขปัญหาดอกเบี้ยและฟื้นฟูลูกหนี้อย่างเป็นรูปธรรม
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง