25 มี.ค. 69 - อนุ กมธ.สหกรณ์ฯ วุฒิสภา เข้าหารือกรมส่งเสริมสหกรณ์ รับฟังแนวทางขับเคลื่อนนโยบายปีงบฯ 69-70 ตามยุทธศาสตร์ DRIVE และแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินภาคการเกษตร แนะแก้ปัญหาหนี้สหกรณ์และสมาชิกอย่างเป็นระบบ ทบทวนกฎหมายและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของสหกรณ์

 

image

            คณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.)ด้านสหกรณ์ในภาคการเกษตร ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา นำโดย นายชูชาติ อินสว่าง ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ และประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านสหกรณ์ในภาคการเกษตร พร้อมคณะ เข้าพบผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการดำเนินงานสหกรณ์ โดยมีนายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ 

            โอกาสนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับภาพรวมหน้าที่และอำนาจ ตลอดจนการขับเคลื่อนภารกิจตามแผนงานและนโยบายงบประมาณ พ.ศ. 2569 - 2570 ซึ่งดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ DRIVE มุ่งเน้นการส่งเสริม พัฒนา และกำกับดูแลสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรอย่างสมดุล ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืน สำหรับแนวทาง DRIVE ประกอบด้วย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ D - Development (การพัฒนา) R - Regulation (การกำกับดูแลตามหลักธรรมาภิบาล) I - Innovation and Digital Technology (เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล) V - Values (การเพิ่มมูลค่า) และ E - Efficiency (การเพิ่มประสิทธิภาพ) 

            ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลสหกรณ์ภาคการเกษตรให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยได้ให้ความสำคัญกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสหกรณ์การเกษตรและสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของเกษตรกร รวมถึงการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบและยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาถึงปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดในการดำเนินงานของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทั้งในด้านกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ โครงสร้างการบริหารงาน และทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการส่งเสริมและกำกับดูแลสหกรณ์ พร้อมทั้งได้มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลกระทบของกฎหมายลำดับรอง โดยเฉพาะกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสหกรณ์ในภาคการเกษตร ว่ามีประเด็นใดที่ควรได้รับการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนาสหกรณ์ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน โดยคณะอนุกรรมาธิการฯ จะนำข้อมูลและความคิดเห็นที่ได้รับไปใช้ประกอบการพิจารณาจัดทำรายงานการพิจารณาศึกษา และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการฯ ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศต่อไป

อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง

สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ

 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ